
ม.หอการค้า คาดการณ์ว่าวันเด็กแห่งชาติปี 2026 จะเป็นวันที่มีความคึกคัก เนื่องจากมีการคาดหวังว่าเงินจะสะพัดในระบบเศรษฐกิจถึง 4 พันล้านบาท สำนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยได้ทำการสำรวจและพบว่าวันเด็กในปีนี้จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษโดยเฉพาะจากภาครัฐและเอกชนที่จะจัดกิจกรรมหลายหลากทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมให้เด็กๆ มีวันหยุดที่มีคุณค่า ทั้งนี้ยังได้เน้นย้ำถึงการใช้เงินในกลุ่มครอบครัวซึ่งจะมีผลต่อเศรษฐกิจในช่วงเวลานี้อย่างมีนัยสำคัญ
ประเด็นสำคัญจาก: ม.หอการค้า คาดวันเด็กแห่งชาติปีนี้คึกคัก เงินสะพัดในระบบ 4 พันล้าน
นักวิจัยของม.หอการค้ากล่าวถึงเหตุผลที่ทำให้วันเด็กปีนี้มีความสำคัญ เนื่องมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังจากการระบาดของ COVID-19 การจัดงานวันเด็กจึงเป็นโอกาสที่ดีให้ผู้ประกอบการและครอบครัวได้กลับมามีปฏิสัมพันธ์ในเชิงพาณิชย์อีกครั้ง โดยเด็กๆ จะได้รับประสบการณ์ใหม่ ๆ ทั้งในด้านการเรียนรู้และความสนุกสนานในวันหยุดนี้ นอกจากนี้ ความใส่ใจจากภาครัฐในการส่งเสริมกิจกรรมวันเด็กยังช่วยเพิ่มกระแสเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจในเวลาอันใกล้ ทำให้มีการจับจ่ายใช้สอยกันเพิ่มขึ้น
กิจกรรมที่จัดขึ้นในวันเด็กแห่งชาติจะกระตุ้นให้เกิดการบริโภคมากขึ้นในหลากหลายภาคส่วน เช่น ของเล่น, เสื้อผ้า, อาหาร และอุปกรณ์ความบันเทิงที่เกี่ยวข้องกับเด็ก สถาบันต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสวนสนุก, สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์ยังเตรียมโปรโมชั่นพิเศษที่ดึงดูดให้ครอบครัวพาเด็กๆ เข้าชมในวันสำคัญนี้
รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น
สำหรับการสะท้อนของผู้สื่อข่าวจากภายนอก พบว่ามีความกังวลว่าการสะพัดเงินตามที่คาดการณ์อาจไม่เป็นไปตามประเมิน ซึ่งขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สภาพอากาศ, การเดินทาง และความปลอดภัยในสถานที่จัดงาน อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือของหลายฝ่ายจะนำไปสู่การจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสร้างความมั่นใจให้กับผู้เข้าร่วมงาน
มหาวิทยาลัยหอการค้ายังได้เสนอแนวทางการพัฒนาและใช้ประโยชน์จากวันเด็กอย่างยั่งยืน เช่น การสร้างแรงบันดาลใจจากกิจกรรมที่เน้นการเรียนรู้นอกห้องเรียน เด็กๆ จะได้พบกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่สามารถปลูกฝังทักษะที่จำเป็นในอนาคต
สรุปข่าวทั้งหมด
จากคาดการณ์ของมหาวิทยาลัยหอการค้า วันเด็กแห่งชาติปีนี้จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม โดยที่กิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นนั้นจะช่วยสร้างบรรยากาศที่คึกคักและเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการกระตุ้นเศรษฐกิจและสังคม แม้จะมีปัจจัยหลายอย่างที่อาจส่งผลต่อการคาดการณ์ แต่ด้วยความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ คาดว่าทุกอย่างจะดำเนินไปด้วยดี สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปคือการประเมินผลกระทบหลังวันเด็กและการปรับใช้วิธีการส่งเสริมเด็กอันนี้ในอนาคต






