Home ข่าวการเมือง “โตโต้ ปิยรัฐ” ชี้ปมบริจาคเสื้อเกราะเข้าข่ายผิดกฎหมายควบคุมยุทธภัณฑ์

“โตโต้ ปิยรัฐ” ชี้ปมบริจาคเสื้อเกราะเข้าข่ายผิดกฎหมายควบคุมยุทธภัณฑ์

123
0
ภาพประกอบข่าว:
เครดิตภาพ: https://www.pptvhd36.com

“โตโต้ ปิยรัฐ” จงเทพ อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกล และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นและตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับกรณีการบริจาคเสื้อเกราะให้กับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ โดยระบุว่าพฤติการณ์ดังกล่าวอาจเข้าข่ายการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. 2530 ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมการผลิต การจำหน่าย การนำเข้า การส่งออก และการมีไว้ในครอบครองซึ่งยุทธภัณฑ์ต่างๆ ที่จำเป็นต่อความมั่นคงของประเทศ การเคลื่อนไหวของนายปิยรัฐในครั้งนี้ได้จุดประเด็นถกเถียงและตั้งคำถามถึงกระบวนการและเจตนาของการบริจาค รวมถึงความถูกต้องตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเสื้อเกราะถือเป็นยุทธภัณฑ์ที่ต้องได้รับการควบคุมอย่างเข้มงวด ทั้งนี้ การออกมาแสดงความคิดเห็นดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามในการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงภัย แต่กลับมีประเด็นด้านกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้เรื่องราวมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

ประเด็นสำคัญจาก: “โตโต้ ปิยรัฐ” ชี้ปมบริจาคเสื้อเกราะเข้าข่ายผิดกฎหมายควบคุมยุทธภัณฑ์

ประเด็นสำคัญที่นายปิยรัฐ จงเทพ หยิบยกขึ้นมาคือ การบริจาคเสื้อเกราะซึ่งจัดเป็น “ยุทธภัณฑ์” ตามพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. 2530 อาจถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหากไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในกฎหมายดังกล่าว พระราชบัญญัตินี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อควบคุมยุทธภัณฑ์ทุกประเภท เพื่อป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิด หรือเพื่อประโยชน์ต่อความมั่นคงของชาติ การครอบครอง การผลิต การนำเข้า การส่งออก หรือการจำหน่ายยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น ถือเป็นความผิดที่มีบทลงโทษทั้งจำและปรับ ซึ่งนายปิยรัฐได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด แม้ว่าจะมีเจตนาที่ดีในการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ก็ตาม โดยมองว่าการกระทำที่บริจาคหรือสนับสนุนให้บุคคลอื่นมียุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและระเบียบในสังคมได้ บทบาทของกฎหมายควบคุมยุทธภัณฑ์จึงมิได้จำกัดอยู่แค่การป้องกันการก่ออาชญากรรม แต่ยังรวมถึงการควบคุมการไหลเวียนของอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและป้องกันมิให้สิ่งของเหล่านี้ตกไปอยู่ในมือของผู้ไม่ประสงค์ดี

การแสดงความเห็นของนายปิยรัฐยังชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่หรือความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการครอบครองยุทธภัณฑ์ในหมู่ประชาชนและแม้กระทั่งในกลุ่มผู้ช่วยเหลือสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าหรือการได้มาซึ่งเสื้อเกราะจากต่างประเทศ ซึ่งอาจต้องได้รับอนุญาตจากกระทรวงกลาโหมหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเป็นลำดับแรก การไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้อาจทำให้ผู้บริจาคหรือผู้ที่เกี่ยวข้องตกเป็นผู้กระทำความผิดโดยไม่ตั้งใจได้ ทำให้การบริจาคที่มุ่งหวังดีกลายเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายและอาจส่งผลเสียต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง นายปิยรัฐได้กล่าวถึงความจำเป็นของการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกฎหมายควบคุมยุทธภัณฑ์ เพื่อให้การช่วยเหลือต่างๆ เป็นไปอย่างถูกระเบียบและไม่ขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและชีวิตของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน การกระทำใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับยุทธภัณฑ์จึงมิอาจกระทำได้โดยพลการ หากแต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายที่รัฐได้ตราไว้ เพื่อควบคุมและจำกัดการแพร่กระจายของสิ่งของอันตรายเหล่านี้

รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น

จากประเด็นที่นายปิยรัฐ จงเทพ ได้หยิบยกขึ้นมานั้น ทำให้เกิดคำถามและข้อถกเถียงอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับนิยามของ “ยุทธภัณฑ์” และขอบเขตการบังคับใช้ของพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. 2530 กฎหมายฉบับนี้กำหนดให้ยุทธภัณฑ์รวมถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ทุกชนิดที่ใช้ในการทหารและป้องกันประเทศ ซึ่งอาจรวมถึงเสื้อเกราะกันกระสุน หมวกเหล็ก หรืออุปกรณ์ป้องกันตัวอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติทางทหาร การครอบครองยุทธภัณฑ์ประเภทนี้ ไม่ว่าจะเป็นการได้มาโดยการซื้อ การบริจาค หรือการนำเข้า จะต้องได้รับอนุญาตจากกระทรวงกลาโหม ซึ่งมีบทบาทในการควบคุมและดูแลเรื่องเหล่านี้โดยตรง หากไม่มีใบอนุญาต ย่อมถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายทันที ไม่ว่าเจตนาเบื้องต้นจะเป็นอย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากปัจจุบันมีการบริจาคสิ่งของต่างๆ ให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งผู้บริจาคส่วนใหญ่มักมีเจตนาดีและไม่ทราบถึงข้อกฎหมายที่ซับซ้อนเหล่านี้

การให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายควบคุมยุทธภัณฑ์จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันมิให้ผู้ที่มีความปรารถนาดีต้องตกเป็นผู้กระทำความผิดโดยไม่ตั้งใจ นอกจากนี้ ยังเป็นหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องที่จะต้องสื่อสารและชี้แจงกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ ให้กับประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึง การดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมายจะช่วยให้การบริจาคเสื้อเกราะและอุปกรณ์อื่นๆ ให้กับเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างราบรื่นและไม่เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง บทลงโทษของผู้ที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ค่อนข้างรุนแรง ทั้งโทษจำคุกและโทษปรับ ขึ้นอยู่กับประเภทและความร้ายแรงของการกระทำความผิด ดังนั้น การตระหนักรู้และการปฏิบัติตามกฎหมายจึงเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับยุทธภัณฑ์ เพื่อให้การช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงภัยเป็นไปอย่างถูกต้องและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยปราศจากข้อครหาทางกฎหมาย.

สรุปข่าวทั้งหมด

ประเด็นที่นายปิยรัฐ จงเทพ อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกล ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการบริจาคเสื้อเกราะเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. 2530 นั้น ได้สร้างความตระหนักรู้ถึงข้อกฎหมายที่บางครั้งอาจถูกมองข้ามในการช่วยเหลือสังคม แม้ว่าการบริจาคสิ่งของเพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงภัยจะมีเจตนาอันดีงาม แต่การไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของกฎหมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับยุทธภัณฑ์ อาจส่งผลให้การกระทำดังกล่าวกลายเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายโดยไม่ตั้งใจ เสื้อเกราะถือเป็นยุทธภัณฑ์ที่ต้องได้รับอนุญาตจากกระทรวงกลาโหมในการครอบครองหรือนำเข้า การขาดความเข้าใจในข้อกฎหมายนี้ ทำให้เกิดความเสี่ยงทางกฎหมายทั้งต่อผู้บริจาคและผู้รับ การแก้ปัญหานี้จำเป็นต้องอาศัยการสื่อสารและให้ความรู้จากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน เพื่อให้ประชาชนและองค์กรต่างๆ สามารถให้ความช่วยเหลือได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และเพื่อให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส โดยปราศจากข้อกังวลด้านกฎหมายในอนาคต

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here