
ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกระแสข่าวที่ว่าสมาชิกพรรคกล้าธรรมอาจไม่ใช่สมาชิกจริง พร้อมยืนยันว่าสมาชิกพรรคกล้าธรรมที่ยื่นขอรวมกิจการกับพรรคพลังประชารัฐนั้นเป็นของจริงทั้งหมด และสามารถตรวจสอบได้ตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด ถ้อยแถลงนี้เกิดขึ้นหลังจากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับจำนวนสมาชิกของพรรคกล้าธรรมที่อาจไม่ครบตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดสำหรับการรวมกิจการพรรคการเมือง ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น อาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการยุบรวมพรรคและสถานะทางการเมืองของพรรคพลังประชารัฐได้ นายธรรมนัสจึงได้ชี้แจงเพื่อคลายข้อสงสัยและยืนยันความโปร่งใสในกระบวนการดังกล่าว โดยเน้นย้ำถึงกลไกการตรวจสอบที่ชัดเจนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสาธารณชนและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
ประเด็นสำคัญจาก: “ธรรมนัส” ยันสมาชิกพรรคกล้าธรรมเป็นของจริง ตรวจสอบได้
นายธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ได้ชี้แจงกรณีที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับจำนวนสมาชิกพรรคกล้าธรรมที่ไม่ครบตามข้อกำหนดทางกฎหมายสำหรับการรวมกิจการกับพรรคพลังประชารัฐ โดยนายธรรมนัสยืนยันว่าสมาชิกพรรคกล้าธรรมทุกรายเป็นสมาชิกจริงและดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้องทุกประการ กระแสข่าวดังกล่าวเป็นผลมาจากการที่พรรคกล้าธรรมได้ยื่นเรื่องต่อพรรคพลังประชารัฐเพื่อขอรวมกิจการ ซึ่งเป็นไปตามแนวทางที่พรรคขนาดเล็กบางพรรคเลือกดำเนินการภายหลังการเลือกตั้ง เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเมืองและลดภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของพรรค
การยืนยันจากนายธรรมนัสครั้งนี้ถือเป็นการตอบโต้ข้อกล่าวหาที่อาจมีผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของทั้งสองพรรค เนื่องจากหากจำนวนสมาชิกไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด อาจนำไปสู่การที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่รับรองการยุบรวมพรรค หรืออาจมีผลทางกฎหมายที่ซับซ้อนตามมา ดังนั้น การชี้แจงของผู้บริหารพรรคจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความชัดเจนและป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นได้ การตรวจสอบความถูกต้องของสมาชิกจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างโปร่งใสและเป็นไปตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น
นายธรรมนัส ยังได้กล่าวเพิ่มเติมถึงกระบวนการตรวจสอบสมาชิกพรรคกล้าธรรมว่า การตรวจสอบจะดำเนินการอย่างละเอียดทุกขั้นตอน ทั้งในส่วนของข้อมูลสมาชิกที่ยื่นต่อ กกต. และข้อมูลภายในของพรรคเอง โดยเน้นย้ำว่ากระบวนการทั้งหมดจะเป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2561 มาตรา 43 ที่ระบุหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการรวมกิจการของพรรคการเมืองไว้อย่างชัดเจน ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบจำนวนสมาชิกขั้นต่ำที่ต้องมี และการแสดงเจตจำนงของสมาชิกในการเข้าร่วมพรรคใหม่ โดยระบุว่าพรรคได้เตรียมเอกสารหลักฐานที่ครบถ้วนและพร้อมให้ตรวจสอบได้ตลอดเวลา เพื่อยืนยันความถูกต้องและปฏิเสธข้อครหาว่าเป็นการสร้างสมาชิกปลอมเพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมือง
นอกจากนี้ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรวมกิจการครั้งนี้ว่า เพื่อเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางการเมืองของพรรคพลังประชารัฐให้มีฐานเสียงที่กว้างขวางมากขึ้น และเป็นการเปิดโอกาสให้บุคลากรที่มีศักยภาพจากพรรคกล้าธรรมได้เข้ามาร่วมทำงานและขับเคลื่อนนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ การรวมกิจการระหว่างสองพรรคจึงไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่มจำนวนสมาชิก แต่เป็นการผนึกกำลังทางอุดมการณ์และการทำงานเพื่อเป้าหมายร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแก้ปัญหาให้กับประชาชนที่เคยให้ความไว้วางใจในการเลือกตั้งที่ผ่านมา นายธรรมนัสเชื่อมั่นว่าการดำเนินการทุกอย่างจะโปร่งใสและเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล
สรุปข่าวทั้งหมด
นายธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ได้ออกมายืนยันความจริงแท้ของสมาชิกพรรคกล้าธรรมที่ได้ยื่นขอรวมกิจการกับพรรคพลังประชารัฐ เพื่อตอบโต้กระแสข่าวที่ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับจำนวนสมาชิกที่ไม่ครบถ้วนตามกฎหมาย การยืนยันดังกล่าวเน้นย้ำถึงความโปร่งใสในกระบวนการตรวจสอบและปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรา 43 ของ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2561 พรรคพลังประชารัฐได้เตรียมเอกสารและหลักฐานทั้งหมดเพื่อยืนยันความถูกต้องของสมาชิก และพร้อมสำหรับการตรวจสอบจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสาธารณชนและคณะกรรมการการเลือกตั้ง การรวมกิจการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเมืองของพรรคพลังประชารัฐ และนำบุคลากรที่มีความสามารถมาร่วมขับเคลื่อนประเทศในระยะยาว









