
“ธรรมนัส” พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ได้ปฏิเสธที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับกรณีที่ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่ามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) รายหนึ่งที่ชื่อย่อ “ช” และมีนามสกุล “กล้าธรรม” อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์ หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดย พล.อ.ธรรมนัส ระบุเพียงสั้นๆ ว่า “ไม่ตอบ” เมื่อถูกสื่อมวลชนซักถามถึงประเด็นดังกล่าว ณ ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงการสงวนท่าทีในการให้ข้อมูล ท่ามกลางกระแสข่าวที่กำลังได้รับความสนใจจากสาธารณชนเกี่ยวกับความเชื่อมโยงของนักการเมืองกับอาชญากรรมไซเบอร์ที่กำลังเป็นปัญหาสำคัญในปัจจุบัน การตอบสนองดังกล่าวของ พล.อ.ธรรมนัส ทำให้เกิดคำถามและข้อสังเกตต่างๆ ตามมาถึงสาเหตุของการไม่ให้ความเห็นต่อเรื่องที่มีความสำคัญและความอ่อนไหวเช่นนี้
ประเด็นสำคัญจาก: “ธรรมนัส” ปัด ไม่ตอบ ปม “อัจฉริยะ” เปิดข้อมูล สส. ช. กล้าธรรม เอี่ยวสแกมเมอร์
ประเด็นที่ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ สส. ชื่อย่อ “ช” นามสกุล “กล้าธรรม” ว่าอาจมีส่วนพัวพันกับขบวนการสแกมเมอร์ ถือเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากเป็นการกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรทางการเมืองในระดับสูง ซึ่งเป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของสถาบันทางการเมืองและภาพลักษณ์ของประเทศโดยรวม การที่ สส. มีความเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมไซเบอร์ ถือเป็นเรื่องร้ายแรงที่ไม่อาจมองข้ามได้ เพราะนอกจากจะส่งผลกระทบต่อผู้เสียหายโดยตรงแล้ว ยังอาจบ่อนทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบยุติธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของภาครัฐ การเปิดเผยข้อมูลของนายอัจฉริยะในครั้งนี้ได้สร้างแรงกระเพื่อมในสังคมและสื่อมวลชนอย่างรวดเร็ว และมีการเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดและโปร่งใส เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยและนำตัวผู้กระทำผิดมารับโทษหากพบว่ามีการกระทำผิดจริง
ท่าทีของ พล.อ.ธรรมนัส ที่เลือกที่จะไม่ตอบคำถามในประเด็นนี้ ยิ่งทำให้เกิดข้อสังเกตและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง แม้การไม่ให้ความเห็นอาจเป็นสิทธิส่วนบุคคล หรือเป็นกลยุทธ์ในการรอความชัดเจนของข้อมูล แต่ในฐานะที่เป็นนักการเมืองและเป็นถึงหัวหน้าพรรค การแสดงออกเช่นนี้อาจถูกตีความได้หลายทาง อาทิ การไม่ต้องการให้ข้อมูลที่อาจกระทบต่อรูปคดี การยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเพียงพอ หรือเป็นการเลี่ยงที่จะกล่าวถึงเรื่องที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับสมาชิกในพรรคพลังประชารัฐเอง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพและความเชื่อมั่นของพรรคโดยรวม คำตอบสั้นๆ ว่า “ไม่ตอบ” ได้กลายเป็นจุดที่สื่อมวลชนและสาธารณะให้ความสนใจอย่างมาก และคาดว่าจะมีการติดตามความคืบหน้าของประเด็นนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป เพื่อรอดูว่าในอนาคตจะมีคำตอบหรือคำชี้แจงที่ชัดเจนกว่านี้หรือไม่
ในบริบทของข่าวนี้ สแกมเมอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้กลายเป็นปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย อาชญากรรมเหล่านี้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาลแก่ประชาชน และบ่อยครั้งมักมีเครือข่ายที่ซับซ้อน জড়িতกับการฟอกเงินและการย้ายถิ่นฐานของเงินผิดกฎหมาย การเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องของบุคคลที่มีสถานะทางสังคมและการเมืองยิ่งทำให้เรื่องเหล่านี้น่าเป็นห่วงมากยิ่งขึ้น เพราะอาจเป็นการใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายหรืออำนาจหน้าที่ในการเอื้อประโยชน์ให้แก๊งอาชญากร สิ่งนี้เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์ ต้องเร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างจริงจังและรัดกุม เพื่อให้ความจริงปรากฏและปกป้องประชาชนจากภัยคุกคามรูปแบบใหม่นี้ การที่นักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องไม่ว่าจะในสถานะใด ย่อมส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยและการเมืองการปกครองที่โปร่งใส
รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น
การออกมาเคลื่อนไหวของนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ในฐานะประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมนั้น มักจะมาพร้อมกับการนำเสนอข้อมูลและหลักฐานเบื้องต้นที่น่าเชื่อถือ ซึ่งที่ผ่านมาหลายกรณีที่นายอัจฉริยะนำเสนอได้นำไปสู่การขยายผลและจับกุมผู้กระทำผิดได้จริง ความน่าเชื่อถือในข้อมูลที่เขานำเสนอจึงเป็นสิ่งที่สาธารณชนให้ความสำคัญ กรณีที่ระบุถึง สส. “ช” นามสกุล “กล้าธรรม” จึงไม่สามารถมองข้ามได้ง่ายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกี่ยวข้องกับประเด็นละเอียดอ่อนอย่างเครือข่ายสแกมเมอร์ ซึ่งเป็นอาชญากรรมที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนจำนวนมาก การที่นายอัจฉริยะกล้าเปิดเผยข้อมูลนี้บ่งชี้ว่าเขาน่าจะมีข้อมูลบางอย่างที่เข้มข้นพอสมควร ทำให้สังคมคาดหวังว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบจะเข้ามาตรวจสอบอย่างเร่งด่วน โดยไม่ปล่อยให้ข้อสงสัยเหล่านี้ค้างคาอยู่ในใจของประชาชน โดยคำว่า “กล้าธรรม” ในนามสกุลที่นายอัจฉริยะกล่าวถึงยังถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นคำที่น่าจะมีนัยยะบางอย่างในการเปิดเผยข้อมูล ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญในการสืบค้นข้อเท็จจริงต่อไป
สถานการณ์นี้ยังตอกย้ำถึงความท้าทายในการจัดการกับอาชญากรรมไซเบอร์ที่มีความเชื่อมโยงกับบุคคลผู้มีอิทธิพลหรือนักการเมือง ซึ่งมักจะมีความซับซ้อนในการรวบรวมหลักฐานและการดำเนินคดี การออกมาของนายอัจฉริยะจึงไม่ใช่เพียงการกล่าวหา แต่เป็นการจุดประเด็นให้สังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหันมาให้ความสนใจกับปัญหานี้อย่างจริงจัง การที่ พล.อ.ธรรมนัส เลือกที่จะไม่ตอบคำถามในทันทีนั้น อาจเป็นสัญญาณว่าเรื่องนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงภายใน หรือรอความชัดเจนจากพยานหลักฐานต่างๆ เพราะการให้ความเห็นที่ผิดพลาดอาจส่งผลกระทบต่อทั้งตัว สส. ที่ถูกกล่าวหา พรรคการเมือง และอาจนำไปสู่การฟ้องร้องทางกฎหมายได้ในอนาคต ดังนั้น การรอท่าทีที่ชัดเจนจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจึงเป็นสิ่งจำเป็นในสถานการณ์ปัจจุบัน แต่กระนั้น ความเงียบก็ไม่ใช่คำตอบที่จะทำให้ประชาชนสบายใจ การสื่อสารที่โปร่งใสและทันท่วงทีจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความเชื่อมั่นของประชาชน
สรุปข่าวทั้งหมด
ประเด็นที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการเชื่อมโยงระหว่าง สส. ที่มีชื่อย่อ “ช” นามสกุล “กล้าธรรม” กับขบวนการสแกมเมอร์ ได้สร้างความกังวลและเรียกร้องให้มีการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความโปร่งใสในแวดวงการเมืองและปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ที่กระทบต่อประชาชนโดยตรง ท่าทีของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เลือกที่จะไม่ให้ความเห็นต่อประเด็นนี้ ได้กลายเป็นจุดสนใจและกระตุ้นให้เกิดคำถามถึงเหตุผลเบื้องหลัง การปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว แม้จะเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่ในฐานะผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ย่อมสร้างความคาดหวังในเรื่องความชัดเจนและโปร่งใส การติดตามความคืบหน้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงท่าทีของพรรคการเมือง และการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สังคมและสื่อมวลชนจะจับตามองต่อไป เพื่อให้ความจริงปรากฏและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่านักการเมืองทุกคนจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย









