Home ข่าวการเมือง “ธรรมนัส” ไม่ติดใจชาดา พูด “ตั้งโจรปราบโจร” แจงเป็นประธานค้ามนุษย์ ไม่ใช่ปราบสแกมเมอร์

“ธรรมนัส” ไม่ติดใจชาดา พูด “ตั้งโจรปราบโจร” แจงเป็นประธานค้ามนุษย์ ไม่ใช่ปราบสแกมเมอร์

143
0
ภาพประกอบข่าว:
เครดิตภาพ: www.thairath.co.th

ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ออกมาชี้แจงกรณีที่นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวพาดพิงถึงแนวคิด “ตั้งโจรปราบโจร” ว่าตนเองไม่ได้ติดใจอะไรกับคำพูดดังกล่าว และเข้าใจว่านายชาดาอาจจะเข้าใจผิดในบทบาทหน้าที่ที่ตนเองได้รับมอบหมาย ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) โดยเน้นย้ำว่าบทบาทของตนคือการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นอาชญากรรมร้ายแรง ไม่ใช่การปราบปรามอาชญากรรมเกี่ยวกับสแกมเมอร์หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่เป็นประเด็นที่นายชาดากำลังให้ความสำคัญและดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนนี้อาจนำไปสู่การตีความที่ผิดเพี้ยนได้ จึงจำเป็นต้องมีการชี้แจงเพื่อความชัดเจน และเพื่อป้องกันความเข้าใจผิดในหมู่สาธารณชนเกี่ยวกับขอบเขตความรับผิดชอบของแต่ละฝ่าย

ประเด็นสำคัญจาก: “ธรรมนัส” ไม่ติดใจชาดา พูด “ตั้งโจรปราบโจร” แจงเป็นประธานค้ามนุษย์ ไม่ใช่ปราบสแกมเมอร์

ประเด็นหลักที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ต้องการชี้แจงคือการทำความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของตนเองในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) โดยชัดเจน ท่านได้เน้นย้ำว่าภารกิจหลักคือการต่อสู้กับอาชญากรรมการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นปัญหาที่ซับซ้อนและมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเหยื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงและเด็ก การค้ามนุษย์ไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้แรงงานหรือการค้าประเวณีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการจัดหา การขนส่ง การส่งมอบ การกระทำ หรือการรับไว้ซึ่งบุคคล เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นพฤติกรรมที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง

การเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นอาจมาจากการที่สังคมและสื่อมวลชนมีการหารือเรื่องแนวคิด “ตั้งโจรปราบโจร” ซึ่งมักจะถูกเชื่อมโยงกับการแก้ไขปัญหาองค์กรอาชญากรรมต่างๆ อย่างไรก็ตาม ร.อ.ธรรมนัสได้ย้ำว่าบริบทในการทำงานของท่านนั้นมุ่งเน้นไปที่การปราบปรามเครือข่ายค้ามนุษย์ ซึ่งต้องใช้กลไกและยุทธวิธีที่แตกต่างจากการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์หรือคอลเซ็นเตอร์ ที่เป็นปัญหาซึ่งกำลังเป็นที่สนใจและดำเนินงานอยู่โดยนายชาดา ไทยเศรษฐ์ การแยกแยะความรับผิดชอบนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และไม่เกิดความซ้ำซ้อนหรือความเข้าใจผิดในการประสานงานระหว่างหน่วยงาน

รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ยังได้อธิบายเพิ่มเติมถึงความแตกต่างระหว่างการค้ามนุษย์และการหลอกลวงทางออนไลน์ โดยชี้ให้เห็นว่าการค้ามนุษย์เป็นอาชญากรรมที่มุ่งเน้นการแสวงหาประโยชน์จากบุคคลในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการบังคับใช้แรงงาน การค้าประเวณี หรือการแสวงหาประโยชน์ในลักษณะอื่น ๆ ที่เป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอย่างร้ายแรง ซึ่งมักจะเกี่ยวข้องกับการใช้กำลัง การข่มขู่ การล่อลวง หรือการใช้อำนาจเหนือกว่าเหยื่อ ขณะที่ปัญหาของสแกมเมอร์หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์นั้น แม้จะเป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่สร้างความเสียหายอย่างมหาศาล แต่มีลักษณะและวิธีการที่แตกต่างกัน โดยมักจะเน้นการใช้วิธีการทางจิตวิทยาและเทคโนโลยีเพื่อหลอกลวงเหยื่อให้โอนเงินหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว

การที่ได้มีการชี้แจงเช่นนี้ ก็เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสับสนในการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงเพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับลักษณะของอาชญากรรมแต่ละประเภท และวิธีการในการต่อสู้กับอาชญากรรมเหล่านั้น โดยที่แต่ละหน่วยงานต่างมีหน้าที่รับผิดชอบและกลยุทธ์เฉพาะของตนเอง ร.อ.ธรรมนัสยังยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างเต็มที่ โดยจะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ เพื่อให้การปราบปรามและป้องกันการค้ามนุษย์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด และช่วยเหลือเหยื่อให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

สรุปข่าวทั้งหมด

ในท้ายที่สุด การชี้แจงของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ถือเป็นการสื่อสารที่สำคัญ เพื่อสร้างความชัดเจนในบทบาทหน้าที่ของประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และเพื่อแก้ไขความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องที่อาจเกิดขึ้นจากการตีความแนวคิด “ตั้งโจรปราบโจร” การเน้นย้ำถึงความแตกต่างระหว่างการค้ามนุษย์และการปราบปรามสแกมเมอร์สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการแยกแยะประเภทของอาชญากรรม เพื่อให้การแก้ไขปัญหามีความตรงจุดและมีประสิทธิภาพสูงสุด ความร่วมมือและการประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐจะเป็นกุญแจสำคัญในการต่อสู้กับอาชญากรรมทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการค้ามนุษย์หรืออาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อปกป้องประชาชนและรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมไทยต่อไป ซึ่งเป็นประเด็นที่ทุกฝ่ายยังคงต้องติดตามความคืบหน้าและผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here