Home ข่าวสังคม ต่างชาติเที่ยวไทย 10 เดือนแรก 26.8 ล้านคน ปลุกเงินสะพัด 1.2 ล้านล้านบาท

ต่างชาติเที่ยวไทย 10 เดือนแรก 26.8 ล้านคน ปลุกเงินสะพัด 1.2 ล้านล้านบาท

115
0
ภาพประกอบข่าว: ต่างชาติเที่ยวไทย 10 เดือนแรก 26.8 ล้านคน ปลุกเงินสะพัด 1.2 ล้านล้านบาท
เครดิตภาพ: mayuree

ต่างชาติเที่ยวไทย ในช่วง 10 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2566 (ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคม) มีจำนวนสะสมรวมทั้งสิ้น 26.8 ล้านคน สร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยเป็นจำนวนรวม 1.2 ล้านล้านบาท ถือเป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจนของการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวหลังสถานการณ์การแพร่ระบาด ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ยังคงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความนิยมของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก และศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมาเยือนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลดีต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้อง อาทิ โรงแรม ร้านอาหาร สายการบิน และอุตสาหกรรมบริการอื่นๆ ในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

ประเด็นสำคัญจาก: ต่างชาติเที่ยวไทย 10 เดือนแรก 26.8 ล้านคน ปลุกเงินสะพัด 1.2 ล้านล้านบาท

การเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วง 10 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2566 แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มเชิงบวกที่ต่อเนื่อง และเป็นผลมาจากการผ่อนคลายนโยบายการเดินทางระหว่างประเทศ การส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาครัฐและเอกชน รวมถึงเสน่ห์ของแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ธรรมชาติ และอาหารการกินของประเทศไทยที่ยังคงเป็นที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอย่างสม่ำเสมอ ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่ 26.8 ล้านคนดังกล่าว บ่งชี้ถึงความสำเร็จในการฟื้นฟูตลาดการท่องเที่ยว และการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างงานและกระจายรายได้สู่ชุมชนต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ท่องเที่ยวหลักและเมืองรองทั่วประเทศ

นอกจากนี้ รายได้รวม 1.2 ล้านล้านบาทที่เกิดขึ้นจากการท่องเที่ยว ถือเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจมหภาคของไทย ผลลัพธ์นี้ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขรายได้ แต่ยังสะท้อนถึงการลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจท่องเที่ยว การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว และการปรับปรุงบริการต่างๆ ให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวที่หลากหลาย การที่นักท่องเที่ยวใช้จ่ายเงินจำนวนมากในหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง ที่พัก อาหาร เครื่องดื่ม การซื้อของที่ระลึก หรือการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ล้วนเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตและหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลดีต่อผู้ประกอบการรายย่อยไปจนถึงธุรกิจขนาดใหญ่

รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น

การวิเคราะห์ข้อมูลนักท่องเที่ยวต่างชาติในเชิงลึกพบว่า ตลาดนักท่องเที่ยวจากประเทศกลุ่มหลัก อาทิ จีน มาเลเซีย อินเดีย เกาหลีใต้ และรัสเซีย มีบทบาทสำคัญในการผลักดันตัวเลขรวมให้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนที่เริ่มกลับมาเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้นหลังจากมีการผ่อนคลายนโยบาย ทำให้ไทยได้รับอานิสงส์เชิงบวกอย่างมาก นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคใกล้เคียงอย่างมาเลเซียและอินเดีย ก็ยังคงเป็นกลุ่มลูกค้าประจำที่เดินทางเข้าประเทศไทยบ่อยครั้ง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความสะดวกในการเดินทาง และเส้นทางบินที่ครอบคลุม โดยนักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่มมีพฤติกรรมการใช้จ่ายและช่วงเวลาการพำนักที่แตกต่างกัน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามทำความเข้าใจและนำเสนอสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย เพื่อเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายต่อคนให้สูงขึ้น

การเติบโตของรายได้ 1.2 ล้านล้านบาท ไม่เพียงแต่เป็นตัวเลขที่น่าสนใจ แต่ยังเป็นเครื่องชี้วัดถึงความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวที่มีต่อประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านมาตรการสุขอนามัย ความปลอดภัย และคุณภาพของการบริการ การที่นักท่องเที่ยวกลับมาเยือนและใช้จ่ายจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของภาคการท่องเที่ยวไทยในการรับมือกับความท้าทายต่างๆ และการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ ภาครัฐและเอกชนยังคงร่วมกันจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดและแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง อาทิ การจัดงานเทศกาล กิจกรรมกีฬา และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ๆ และรักษาฐานลูกค้าเดิมให้อยู่กับประเทศไทยในระยะยาวต่อไป

สรุปข่าวทั้งหมด

จากข้อมูลล่าสุดที่ระบุว่าในช่วง 10 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2566 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมายังประเทศไทยรวมทั้งสิ้น 26.8 ล้านคน และสร้างรายได้สะพัดเป็นยอดรวม 1.2 ล้านล้านบาท แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของภาคการท่องเที่ยวไทย ซึ่งเป็นเสาหลักสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงความสำเร็จของนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวและเสน่ห์ของประเทศไทยที่ยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้เป็นอย่างดี ในอนาคต การรักษาและต่อยอดโมเมนตัมนี้ จะต้องอาศัยความร่วมมืออย่างต่อเนื่องระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การบริการ และประสบการณ์การท่องเที่ยวให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น สร้างความประทับใจและความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว และขับเคลื่อนให้ภาคการท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here