Home ข่าวสังคม เศรษฐกิจฝืดเคือง ไทยใช้น้ำมันเดือนม.ค.-ต.ค.2568 ลดลง 0.6%

เศรษฐกิจฝืดเคือง ไทยใช้น้ำมันเดือนม.ค.-ต.ค.2568 ลดลง 0.6%

79
0
ภาพประกอบข่าว: เศรษฐกิจฝืดเคือง ไทยใช้น้ำมันเดือนม.ค.-ต.ค.2568 ลดลง 0.6%
เครดิตภาพ: Pornpimal Yaempracha

เศรษฐกิจฝืดเคืองยังคงเป็นประเด็นที่น่าห่วงสำหรับประเทศไทยในช่วงสิ้นปี 2568 โดยเฉพาะการใช้พลังงานน้ำมันที่ได้ลดลง 0.6% เมื่อเทียบจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาในเดือนมกราคมถึงตุลาคม ข้อมูลจากรายงานระบุว่าการลดลงนี้เกิดขึ้นจากหลายปัจจัยรวมถึงภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่เฟื่องฟูขณะที่ราคาน้ำมันโลกผันผวน อีกทั้งยังมีผลกระทบจากการเติบโตของระบบขนส่งสาธารณะและการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานทางเลือก

ประเด็นสำคัญจาก: เศรษฐกิจฝืดเคือง ไทยใช้น้ำมันเดือนม.ค.-ต.ค.2568 ลดลง 0.6%

ในรายงานเศรษฐกิจที่เผยแพร่เมื่อเร็วๆ นี้ระบุว่า การใช้น้ำมันที่ลดลงในประเทศไทยเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน การลดลงนี้เกิดจากการที่ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมชะลอตัวในการใช้พลังงาน เนื่องจากการอยู่ในช่วงที่ยังไม่ได้ฟื้นตัวเต็มรูปแบบหลังการระบาดของโรคโควิด-19 ประเทศไทยยังคงเผชิญหน้ากับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นความผันผวนของตลาดน้ำมันโลกและผลกระทบต่อรายได้ภาคครัวเรือน

นอกจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจแล้ว การที่รัฐมีนโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนผ่านหลากหลายโครงการก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่อาจส่งผลต่อการใช้น้ำมันที่ลดลง นอกจากนี้ยังมีการเน้นย้ำถึงการยกระดับระบบขนส่งมวลชนสาธารณะซึ่งช่วยลดการพึ่งพาการใช้น้ำมันรถยนต์ส่วนตัว

รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น

ข้อมูลจากกระทรวงพลังงานระบุว่า การใช้น้ำมันในภาคขนส่งได้ปรับตัวลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มของดีเซลและเบนซิน ทั้งนี้เป็นผลมาจากการที่ประชาชนหันมาใช้บริการขนส่งสาธารณะมากขึ้น อีกทั้งการพัฒนาและปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั้นยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง

อีกทั้งการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าที่ผู้บริโภคเริ่มมีความสนใจมากขึ้น ก็เป็นปัจจัยอีกประการที่มีอิทธิพลต่อการลดลงของการใช้น้ำมัน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคาดการณ์ว่าภายใน 5 ปีข้างหน้า รถยนต์ไฟฟ้าจะมีบทบาทที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในท้องตลาด ซึ่งจะส่งผลอีกครั้งต่อแนวโน้มการใช้น้ำมันในประเทศ

สรุปข่าวทั้งหมด

ภาพรวมของการใช้น้ำมันที่ลดลงในประเทศไทยตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคม 2568 สะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงประสบภาระ อันเนื่องจากผลกระทบจากโรคระบาดและความผันผวนในตลาดพลังงาน การสนับสนุนพลังงานทดแทนและการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะรวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าอาจทำให้แนวโน้มการใช้น้ำมันในอนาคตลดลงอย่างชัดเจน การติดตามการเปลี่ยนแปลงของภาวะเศรษฐกิจและนโยบายพลังงานของรัฐจึงถือเป็นปัจจัยที่ต้องวิเคราะห์อย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here