Home ข่าวการเมือง “เท้ง ณัฐพงษ์” ซัด “อนุทิน” จงใจเกียร์ว่างปราบสแกมเมอร์-ฟอกเงิน?

“เท้ง ณัฐพงษ์” ซัด “อนุทิน” จงใจเกียร์ว่างปราบสแกมเมอร์-ฟอกเงิน?

107
0
ภาพประกอบข่าว: “เท้ง ณัฐพงษ์” ซัด “อนุทิน” จงใจเกียร์ว่างปราบสแกมเมอร์-ฟอกเงิน?
เครดิตภาพ: https://www.pptvhd36.com

เท้ง ณัฐพงษ์ — นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ออกมากล่าวตั้งคำถามต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถึงบทบาทในการปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์และฟอกเงิน โดยระบุว่า นายอนุทินอาจมีพฤติกรรม “จงใจเกียร์ว่าง” หรือไม่ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศ การตั้งคำถามนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความเดือดร้อนของประชาชนจำนวนมากที่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพทางออนไลน์ ซึ่งอาศัยช่องว่างทางกฎหมายและเทคโนโลยีในการหลอกลวง ทำให้เกิดความเสียหายทั้งทรัพย์สินและความเชื่อมั่นในสังคม ประเด็นการฟอกเงินที่เชื่อมโยงกับกิจกรรมเหล่านี้ก็เป็นอีกหนึ่งความกังวลที่ต้องการการจัดการที่เข้มงวดและรวดเร็วจากภาครัฐ เพื่อหยุดยั้งอาชญากรรมที่ซับซ้อนเหล่านี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด

ประเด็นสำคัญจาก: “เท้ง ณัฐพงษ์” ซัด “อนุทิน” จงใจเกียร์ว่างปราบสแกมเมอร์-ฟอกเงิน?

ประเด็นสำคัญจากการตั้งคำถามของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ต่อบทบาทของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นั้นเน้นย้ำไปที่ความล่าช้าและประสิทธิภาพในการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งแก๊งสแกมเมอร์และการฟอกเงินที่เกี่ยวข้อง นายณัฐพงษ์ชี้ให้เห็นว่า แม้ปัญหาจะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องและสร้างความเสียหายแก่ประชาชนในวงกว้าง แต่กลับดูเหมือนว่าภาครัฐ โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยภายใต้การนำของนายอนุทิน ยังคงไม่มีท่าทีที่จะเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง ทำให้เกิดข้อกังขาว่ามีการจงใจเพิกเฉยหรือขาดความกระตือรือร้นในการจัดการกับปัญหานี้หรือไม่ การเชื่อมโยงแก๊งสแกมเมอร์เข้ากับการฟอกเงินนั้น แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของอาชญากรรมที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการหลอกลวงเงินรายบุคคล แต่ยังรวมถึงเครือข่ายการเงินผิดกฎหมายที่ใหญ่โต ซึ่งต้องการความร่วมมือและการประสานงานจากหลายหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ

การกล่าวหาเรื่องการ “จงใจเกียร์ว่าง” สะท้อนถึงความรู้สึกไม่พอใจของประชาชนและพรรคฝ่ายค้านต่อสิ่งที่มองว่าเป็นการละเลยหน้าที่ของภาครัฐในการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน นายณัฐพงษ์ได้เรียกร้องให้มีการตรวจสอบและชี้แจงบทบาทและมาตรการของกระทรวงมหาดไทยอย่างละเอียด เพื่อให้สังคมได้รับทราบถึงความก้าวหน้าและอุปสรรคในการปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้ นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตว่าการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้บางครั้งกลับล่าช้าหรือไม่ครบถ้วน ทำให้การสืบสวนและการรวบรวมหลักฐานเป็นไปอย่างยากลำบาก และเปิดโอกาสให้กลุ่มมิจฉาชีพสามารถหลบหนีหรือดำเนินการต่อไปได้โดยไม่ถูกจับกุม การพาดพิงถึงนายอนุทินเป็นการโยงไปถึงความรับผิดชอบในระดับนโยบายของผู้นำประเทศ โดยการเรียกร้องให้มีการตอบคำถามและแสดงแผนงานที่เป็นรูปธรรมเพื่อคลี่คลายปัญหาอย่างเร่งด่วน

รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น

การดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามสแกมเมอร์และการฟอกเงินมักเผชิญกับความท้าทายหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคดิจิทัลที่อาชญากรสามารถใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มออนไลน์ในการก่อเหตุได้อย่างรวดเร็วและไร้พรมแดน การขาดแคลนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านไซเบอร์ แรงงานและกฎหมายที่เอื้อต่อการตามรอยอาชญากรรมทางออนไลน์ รวมถึงการประสานงานระหว่างหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่ยังไม่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพเพียงพอ อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การปราบปราบไม่เป็นไปตามที่ควรจะเป็น นอกจากนี้ ประเด็นการฟอกเงินซึ่งเป็นส่วนสำคัญของเครือข่ายอาชญากรรม ยังต้องการความร่วมมือจากสถาบันการเงินและหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อติดตามเส้นทางการเงินที่ผิดปกติและปิดกั้นช่องทางเหล่านั้นได้อย่างทันท่วงที

การเรียกร้องให้นายอนุทินดำเนินการอย่างจริงจัง จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อกระตุ้นให้เกิดการปรับปรุงและพัฒนาแนวทางการแก้ปัญหาในระดับนโยบาย การกำหนดมาตรการเชิงรุกที่รัดกุม การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด และการสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ประชาชนเกี่ยวกับภัยคุกคามเหล่านี้ จะเป็นส่วนสำคัญในการลดความเสียหายและป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่ออีกต่อไป การร่วมมือกับหน่วยงานระหว่างประเทศในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสานงานจับกุมผู้กระทำผิดข้ามชาติก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จำเป็น เพื่อจัดการกับอาชญากรรมที่มีมิติที่ซับซ้อนและข้ามพรมแดนเช่นนี้ การตอบสนองที่ชัดเจนและรวดเร็วจากภาครัฐจึงเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและแสดงถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง

สรุปข่าวทั้งหมด

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้ตั้งคำถามถึงการทำงานของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับประสิทธิภาพในการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์และการฟอกเงิน ซึ่งเป็นปัญหาที่สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลแก่ประชาชน นายณัฐพงษ์ได้ชี้ให้เห็นถึงความล่าช้าและการขาดความกระตือรือร้นในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและชี้แจงมาตรการของกระทรวงมหาดไทยอย่างจริงจัง เพื่อให้สังคมได้รับทราบถึงความคืบหน้าในการยุติอาชญากรรมเหล่านี้ การกล่าวหาว่า “จงใจเกียร์ว่าง” สะท้อนถึงความไม่พอใจต่อการทำงานของภาครัฐ และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ เพื่อปกป้องประชาชนจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ซับซ้อนและทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here