Home ข่าวการเมือง “ทักษิณ”อ่วม! ศาลฎีกาพิพากษากลับ-เรียกเก็บภาษีชินคอร์ป 1.76 หมื่นล้าน

“ทักษิณ”อ่วม! ศาลฎีกาพิพากษากลับ-เรียกเก็บภาษีชินคอร์ป 1.76 หมื่นล้าน

59
0
ภาพประกอบข่าว: “ทักษิณ”อ่วม! ศาลฎีกาพิพากษากลับ-เรียกเก็บภาษีชินคอร์ป 1.76 หมื่นล้าน
เครดิตภาพ: https://www.pptvhd36.com

ทักษิณ — ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาใหม่ให้ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ชำระภาษีจำนวนมหาศาล 17,600 ล้านบาทกรณีชินคอร์ป โดยคำพิพากษาดังกล่าวได้ทำให้ตำแหน่งของทักษิณในประเด็นภาษีและความยุติธรรมกลับมาเป็นที่สนใจของสังคมอีกครั้ง คำตัดสินนี้มาในเวลาที่ทักษิณยังคงมีชื่อเสียงและผลกระทบทางการเมืองเชื่อมต่อกับการดำเนินการของเขาในอดีต โดยข่าวนี้เป็นหนึ่งในประเด็นที่สำคัญที่สุดที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษีระดับสูงในประวัติศาสตร์ของประเทศ ทำให้เกิดคำถามและตอบคำถามเกี่ยวกับความยุติธรรมระหว่างนักการเมืองและภาคเอกชนอย่างกว้างขวาง

ประเด็นสำคัญจาก: “ทักษิณ”อ่วม! ศาลฎีกาพิพากษากลับ-เรียกเก็บภาษีชินคอร์ป 1.76 หมื่นล้าน

ดร. ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นบุคคลที่ถือว่ามีอิทธิพลอย่างมากในวงการการเมืองไทย ได้เผชิญกับคำตัดสินของศาลฎีกาที่สั่งให้ชำระภาษีจำนวน 17,600 ล้านบาท กรณีการครอบครองหุ้นของบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ชินคอร์ป ซึ่งเป็นบริษัทใหญ่ในวงการสื่อสารของประเทศไทย โดยคำตัดสินในครั้งนี้ได้กลับมากระทบกับดร. ทักษิณ เนื่องจากเคยมีการอุทธรณ์คำพิพากษาครั้งก่อนที่ตัดสินให้เขาไม่ต้องชำระภาษีดังกล่าว

ประเด็นสำคัญของคดีนี้คือการสอบสวนเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงภาษีซึ่งเกี่ยวข้องกับการโอนหุ้นของชินคอร์ปให้กับสมาชิกครอบครัวของเขา ซึ่งในครั้งนั้น ดร. ทักษิณ ได้ยืนยันว่าเขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำธุรกรรมเหล่านั้นโดยตรง แต่ศาลฎีกาได้พิจารณาใหม่และเห็นพ้องว่าเขายังต้องรับผิดชอบต่อการเสียภาษีในกรณีนี้ ทั้งนี้การเรียกเก็บภาษีดังกล่าวมีมูลค่าสูงเกินกว่าที่หลาย ๆ ฝ่ายเคยคาดการณ์ และเป็นคำพิพากษาที่ทำให้หลายฝ่ายต้องย้อนกลับมาพิจารณาผลกระทบจากการตัดสินใจทางการเมืองและเศรษฐกิจในอดีตอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ของคำพิพากษานั้นได้ส่งสัญญาณถึงความเข้มแข็งของระบบภาษีและการตรวจสอบในประเทศไทย ซึ่งสามารถจัดการกับข้อพิพาทและภาระทางภาษีได้ แม้จะเกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีอำนาจก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ส่งผลให้คดีนี้เป็นแบบอย่างที่แสดงให้เห็นถึงการทำหน้าที่อย่างเป็นธรรมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น

คดีภาษีของชินคอร์ปได้เริ่มต้นมากกว่าสิบปีที่ผ่านมา โดยช่วงแรกนั้นเกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับการประเมินมูลค่าภาษีและกระบวนการโอนหุ้น ซึ่งในครั้งนั้นศาลชั้นต้นได้ตัดสินให้ทักษิณไม่ต้องรับผิดชอบต่อภาษีดังกล่าว ต่อมามีการเรียกร้องให้มีการสอบสวนนำไปสู่การอุทธรณ์และการพิจารณาของศาลฎีกาในปัจจุบัน โดยศาลได้พิจารณาเอกสารและหลักฐานเพิ่มเติมรวมถึงคำให้การจากปากพยานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

ยังมีการกล่าวถึงคำให้สัมภาษณ์จากตัวแทนของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้รับคำชมเชยในด้านความพยายามในการเปิดเผยข้อมูลและการดำเนินการอย่างโปร่งใสตลอดกระบวนการ ทั้งนี้คดีดังกล่าวยังได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เนื่องจากเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีและความยุติธรรมทางการเมืองในระดับสู ง

สรุปข่าวทั้งหมด

การพิพากษาใหม่ของศาลฎีกาที่ให้ทักษิณ ชินวัตร ชำระภาษีจำนวน 17,600 ล้านบาท ได้เสริมสร้างความสำคัญของกระบวนการยุติธรรมและภาษีในประเทศไทย เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแค่จะมีผลต่อผู้ที่มีสถานะเป็นบุคคลสำคัญทางการเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นภาพสะท้อนถึงความยุติธรรมที่มุ่งเน้นไปในเส้นทางของความโปร่งใสและความเท่าเทียมกัน ซึ่งกำหนดทิศทางของการจัดการภาษีในอนาคต คำตัดสินนี้ยังให้ความสำคัญแก่การตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์ในลักษณะที่จะทำให้การเมืองไทยมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อความโปร่งใสยิ่งขึ้น ต่อไปในอนาคต แน่นอนว่าการติดตามผลกระทบจากคำตัดสินนี้และการดำเนินการต่อจากนี้ จะยังคงเป็นประเด็นสำคัญในวงการสื่อสารและการเมืองไทย

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here