Home ข่าวบันเทิง อ.เจษฎา เผยสาเหตุ ซูชิเรืองแสง ได้อย่างไร แนะต้องทิ้ง ไม่ควรกิน

อ.เจษฎา เผยสาเหตุ ซูชิเรืองแสง ได้อย่างไร แนะต้องทิ้ง ไม่ควรกิน

158
0
ภาพประกอบข่าว: อ.เจษฎา เผยสาเหตุ ซูชิเรืองแสง ได้อย่างไร แนะต้องทิ้ง ไม่ควรกิน
เครดิตภาพ: @KhaosodOnline

อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีที่มีผู้พบเห็นซูชิเรืองแสงในเวลากลางคืน ซึ่งสร้างความตระหนกและคำถามมากมายในหมู่ผู้บริโภค ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติแต่อย่างใด แต่เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงการปนเปื้อนของแบคทีเรียบางชนิด อ.เจษฎา ได้อธิบายถึงสาเหตุที่มาของปรากฏการณ์นี้อย่างละเอียด รวมถึงให้คำแนะนำที่ชัดเจนว่า หากพบเห็นอาหารในลักษณะดังกล่าว ไม่ควรบริโภคอย่างเด็ดขาด เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้บริโภคควรทราบและระมัดระวัง เพื่อความปลอดภัยในการบริโภคอาหาร

ประเด็นสำคัญจาก: อ.เจษฎา เผยสาเหตุ ซูชิเรืองแสง ได้อย่างไร แนะต้องทิ้ง ไม่ควรกิน

ประเด็นเกี่ยวกับซูชิเรืองแสงที่ อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ได้อธิบายไว้นั้น เน้นย้ำถึงอันตรายจากการปนเปื้อนของแบคทีเรีย โดยเฉพาะแบคทีเรียในกลุ่มที่สร้างสารชีวภาพที่สามารถเรืองแสงได้ แบคทีเรียเหล่านี้มักจะเจริญเติบโตได้ดีในอาหารทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออาหารเหล่านั้นไม่ได้รับการจัดเก็บที่อุณหภูมิเหมาะสม หรือมีการปนเปื้อนในระหว่างขั้นตอนการเตรียมและการผลิต แม้ว่าการเรืองแสงจะดูแปลกตาและอาจเป็นที่สนใจ แต่แท้จริงแล้วมันคือสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่าอาหารนั้นไม่สด สะอาด และไม่ปลอดภัยสำหรับการบริโภคอีกต่อไป

อ.เจษฎา ชี้แจงว่า แบคทีเรียที่ทำให้เกิดการเรืองแสงในอาหารทะเลนั้นเป็นแบคทีเรียกลุ่มที่มีความสามารถในการสร้างเอนไซม์ลูซิเฟอเรส (luciferase) ซึ่งทำปฏิกิริยากับสารลูซิเฟอริน (luciferin) และออกซิเจน ก่อให้เกิดแสงสว่างขึ้นมา ปฏิกิริยานี้คล้ายคลึงกับที่เกิดในหิ่งห้อยหรือสิ่งมีชีวิตบางชนิดที่สามารถเรืองแสงได้ตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ในบริบทของอาหาร แบคทีเรียเหล่านี้มักจะเป็นกลุ่มที่ก่อให้เกิดการเน่าเสียและอาจสร้างสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้ การเรืองแสงจึงเป็นเพียงผลพลอยได้จากการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย และไม่ได้หมายความว่าอาหารนั้นไม่เป็นอันตรายหากไม่มีกลิ่นเน่าเสียอย่างชัดเจนในทันที

การระบุสาเหตุที่แท้จริงของการเรืองแสงในซูชิ หรืออาหารทะเลอื่น ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันการบริโภคอาหารที่ไม่ปลอดภัย อ.เจษฎา ย้ำว่าประเด็นนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความงามทางเคมี แต่เป็นเรื่องของสุขอนามัยและความปลอดภัยของผู้บริโภค การเข้าใจในกลไกทางชีววิทยาเบื้องหลังปรากฏการณ์นี้จะช่วยให้ประชาชนมีความตระหนักและสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องเมื่อเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นได้ในระยะยาวจากการบริโภคอาหารที่ปนเปื้อน

รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น

เมื่อกล่าวถึงรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแบคทีเรียที่ทำให้ซูชิเรืองแสง อ.เจษฎาได้กล่าวถึงกลุ่มแบคทีเรียที่พบบ่อยซึ่งมีคุณสมบัตินี้ เช่น Photobacterium phosphoreum หรือ Vibrio fischeri ซึ่งมักพบในสิ่งแวดล้อมทางทะเล แบคทีเรียเหล่านี้สามารถปนเปื้อนในอาหารทะเลได้ตั้งแต่ขั้นตอนการจับ การขนส่ง การเก็บรักษา หรือแม้กระทั่งในขั้นตอนการเตรียมอาหาร หากไม่มีการควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสม การปนเปื้อนข้ามจากวัตถุดิบอื่น ๆ หรือสุขอนามัยที่ไม่ดีในกระบวนการผลิต ก็อาจทำให้แบคทีเรียเหล่านี้เจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็วและสร้างสารที่ทำให้เกิดการเรืองแสงขึ้นได้ ดังนั้น การเรืองแสงจึงเป็น مؤشر (ตัวบ่งชี้) ที่ชัดเจนถึงคุณภาพของอาหารที่เสื่อมถอย

คำแนะนำจาก อ.เจษฎา ในการจัดการกับซูชิหรืออาหารทะเลที่เรืองแสงคือ “ต้องทิ้งสถานเดียว” โดยไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าจะเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ หรือเรืองแสงทั่วทั้งชิ้น เนื่องจากเราไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าว่าแบคทีเรียเหล่านั้นเป็นอันตรายหรือไม่ และปริมาณสารพิษที่อาจเกิดขึ้นก็ไม่สามารถประเมินได้จากภายนอก การบริโภคอาหารที่ปนเปื้อนแบคทีเรียเหล่านี้อาจนำไปสู่อาการอาหารเป็นพิษ ซึ่งมีตั้งแต่ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ไปจนถึงอาการรุนแรงที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เด็กเล็ก หรือผู้สูงอายุ การระมัดระวังเป็นพิเศษจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

สรุปข่าวทั้งหมด

ปรากฏการณ์ซูชิเรืองแสงไม่ใช่เรื่องลึกลับ แต่เป็นผลมาจากการเจริญเติบโตของแบคทีเรียบางชนิดในอาหารทะเล ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนถึงการปนเปื้อนและคุณภาพที่เสื่อมเสีย อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ได้อธิบายอย่างชัดเจนว่า สาเหตุหลักคือแบคทีเรียที่ผลิตสารเรืองแสง และเน้นย้ำถึงคำแนะนำที่เด็ดขาดคือห้ามบริโภคอาหารเหล่านั้นโดยเด็ดขาด เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง การทำความเข้าใจในที่มาของปรากฏการณ์นี้ และการปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดสำหรับผู้บริโภค เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากอาหารเป็นพิษและรักษาสุขอนามัยที่ดีในการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวัน.

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here