
แพทย์เตือน ประชาชนโดยเฉพาะสตรีให้สังเกต 5 สัญญาณผิดปกติที่ปรากฏบนผิวหนังบริเวณเต้านม ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ของโรคมะเร็งเต้านมได้ แม้ว่าจะยังไม่สามารถคลำพบก้อนเนื้อผิดปกติก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากมะเร็งเต้านมเป็นภัยคุกคามสุขภาพที่สำคัญและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของผู้หญิงไทย การตรวจพบมะเร็งเต้านมตั้งแต่ระยะแรกเริ่มจะเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น การทำความเข้าใจและจดจำสัญญาณเหล่านี้จะช่วยให้สามารถเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรักษาได้อย่างทันท่วงที ก่อนที่โรคจะลุกลามและยากต่อการควบคุม ส่งผลให้ผลลัพธ์ของการรักษาดีขึ้นและช่วยรักษาชีวิตของผู้ป่วยไว้ได้ในที่สุด
ประเด็นสำคัญจาก: แพทย์เตือน! 5 สัญญาณ ‘ผิวหนัง’ ฟ้อง ‘มะเร็งเต้านม’ แม้คลำไม่เจอก้อน
ประเด็นสำคัญจากการประกาศของแพทย์ในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสังเกตความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นบนผิวหนังบริเวณเต้านม ซึ่งหลายคนอาจมองข้ามไปหรือเข้าใจผิดว่ามะเร็งเต้านมจะต้องมีการคลำพบก้อนเนื้อเท่านั้น การที่แพทย์ออกมาเตือนเช่นนี้เป็นการย้ำเตือนว่ามะเร็งเต้านมสามารถแสดงอาการได้หลากหลายรูปแบบ และไม่จำเป็นต้องมีก้อนเนื้อให้คลำพบเสมอไป โดยเฉพาะในระยะแรกเริ่มที่อาจยังไม่มีก้อนเนื้อขนาดใหญ่ที่สามารถตรวจจับได้ด้วยตนเอง
อาการทางผิวหนังเหล่านี้เป็นกลไกหนึ่งที่ร่างกายพยายามส่งสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายใน ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการที่เซลล์มะเร็งเจริญเติบโตและส่งผลกระทบต่อเนื้อเยื่อและระบบไหลเวียนโลหิตบริเวณเต้านม การเรียนรู้และจดจำสัญญาณเหล่านี้จึงเป็นกุญแจสำคัญในการตรวจพบโรคได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่มะเร็งจะแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ การตระหนักถึงสัญญาณเหล่านี้จะช่วยให้บุคคลที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมสามารถปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม เช่น การทำแมมโมแกรม อัลตราซาวนด์ หรือการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ ซึ่งจะนำไปสู่การรักษาที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด
สัญญาณทั้ง 5 ประการที่แพทย์เตือนให้สังเกตนั้นเป็นอาการที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าและสามารถสังเกตได้ด้วยการสัมผัส ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนแปลงของสีผิว ลักษณะผิวหนัง ความผิดปกติของหัวนม หรือการเกิดแผลที่ไม่หายขาด โดยสัญญาณเหล่านี้มีความสำคัญไม่แพ้การที่คลำพบก้อนเนื้อ ดังนั้น การทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับสัญญาณเตือนเหล่านี้จะช่วยให้ผู้หญิงทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสุขภาพเต้านมของตนเองและป้องกันความเสี่ยงจากมะเร็งเต้านมได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การเผยแพร่ข้อมูลนี้ยังเป็นการสร้างความตระหนักรู้ในวงกว้าง เพื่อให้สังคมโดยรวมมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับมะเร็งเต้านมและสามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น
สัญญาณผิวหนังทั้ง 5 ประการที่แพทย์แนะนำให้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ได้แก่ (1) การเปลี่ยนแปลงของสีผิวหรือลักษณะผิวหนัง เช่น ผิวแดง ผิวคล้ำขึ้น หรือมีผื่นขึ้นที่ไม่หายไปตามปกติ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจบ่งชี้ถึงการอักเสบหรือการติดเชื้อที่เกิดจากเซลล์มะเร็งที่กำลังพัฒนาอยู่ใต้ผิวหนัง การเปลี่ยนแปลงของผิวหนังอาจรวมถึงผิวที่ดูหนาขึ้น หรือมีลักษณะคล้ายเปลือกส้ม (peau d’orange) ซึ่งเป็นผลมาจากการอุดตันของท่อน้ำเหลืองใต้ผิวหนัง สัญญาณเหล่านี้มักถูกละเลยหรือไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร เนื่องจากอาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นอาการแพ้หรือการระคายเคืองผิวหนังทั่วไป
(2) มีแผลเรื้อรังที่เต้านมหรือหัวนมที่ไม่ยอมหาย แผลที่ไม่หายภายในระยะเวลาอันสมควร หรือแผลที่เกิดขึ้นเองโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน ควรได้รับการตรวจสอบโดยแพทย์ เนื่องจากอาจเป็นหนึ่งในรูปแบบของมะเร็งเต้านมบางชนิดที่ส่งผลกระทบต่อผิวหนังโดยตรง แผลเหล่านี้อาจมีลักษณะเป็นแผลเปิด มีเลือดออก หรือมีน้ำเหลืองซึม ซึ่งมักไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะหรือยาแก้แพ้ทั่วไป (3) หัวนมบุ๋ม (Retracted Nipple) หรือมีเต้านมบวมแดงร้อนผิดปกติ การที่หัวนมดึงรั้งเข้าไปด้านในอย่างกะทันหัน หรือมีอาการบวม แดง ร้อน ที่เต้านม อาจเป็นสัญญาณของมะเร็งเต้านมอักเสบ ซึ่งเป็นมะเร็งเต้านมชนิดที่รุนแรงและดำเนินไปอย่างรวดเร็ว อาการเหล่านี้เกิดจากการอุดตันของท่อน้ำเหลืองโดยเซลล์มะเร็ง ทำให้เกิดการสะสมของของเหลวและเกิดการอักเสบคล้ายการติดเชื้อ
(4) มีผื่นคันบริเวณหัวนมหรือรอบๆ หัวนมที่รักษาไม่หาย ผื่นคันเรื้อรังบริเวณหัวนมที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาทาทั่วไปอาจเป็นสัญญาณของ Paget’s disease of the breast ซึ่งเป็นมะเร็งผิวหนังชนิดหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งเต้านม อาการอาจรวมถึงผิวหนังลอกเป็นขุย แห้ง แดง หรือมีสะเก็ด และ (5) มีน้ำเหลืองหรือเลือดไหลออกจากหัวนม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่มีการให้นมบุตร ไม่ได้ตั้งครรภ์ หรือไม่ได้ถูกกระตุ้น การมีสารคัดหลั่งผิดปกติออกจากหัวนม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีลักษณะใส สีคล้ายน้ำเลือด หรือมีเลือดปน ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยเพิ่มเติม สัญญาณเหล่านี้เป็นเรื่องที่ผู้หญิงควรให้ความสำคัญและปรึกษาแพทย์ทันทีเมื่อพบความผิดปกติ เพื่อการวินิจฉัยและรักษาที่รวดเร็ว ซึ่งจะส่งผลดีต่อผลลัพธ์การรักษาในระยะยาว
สรุปข่าวทั้งหมด
ข่าวนี้เป็นการเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการทำความเข้าใจสัญญาณเตือนของมะเร็งเต้านมที่นอกเหนือจากการคลำพบก้อนเนื้อ แพทย์ได้ชี้แจงถึง 5 สัญญาณสำคัญที่ปรากฏบนผิวหนัง ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงมะเร็งเต้านม โดยสัญญาณเหล่านี้ประกอบด้วยการเปลี่ยนแปลงของสีผิวหรือลักษณะผิวหนังทั่วไป มีแผลเรื้อรังที่ไม่ยอมหาย หัวนมบุ๋มหรือเต้านมบวมแดงร้อน, ผื่นคันบริเวณหัวนมเรื้อรัง และการมีน้ำเหลืองหรือเลือดไหลออกจากหัวนม การตระหนักรู้และสังเกตอาการเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากมะเร็งเต้านมที่ถูกตรวจพบในระยะเริ่มต้นจะมีโอกาสรักษาหายขาดได้สูงถึง 90% การเผยแพร่ข้อมูลนี้จึงเป็นการส่งเสริมให้สตรีทุกคนมีความรู้และตระหนักถึงการดูแลสุขภาพเต้านมของตนเอง เพื่อนำไปสู่การตรวจวินิจฉัยและรักษาได้อย่างทันท่วงที อันจะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเต้านมได้อย่างมีประสิทธิภาพ









