
ก.ล.ต. เตือนระวัง — สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ออกประกาศเตือนประชาชนและนักลงทุนให้ระมัดระวังภัยจากกลุ่มบุคคลที่หลอกลวงให้ลงทุนในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสแกมเมอร์ที่ปรากฏตัวในช่องทางออนไลน์ต่างๆ จากการตรวจสอบพบว่ามีเบาะแสการหลอกลงทุนสูงถึง 8,000 เคส ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงและผลกระทบในวงกว้างที่เกิดขึ้นกับประชาชน การหลอกลวงเหล่านี้มักมาในรูปแบบที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ โดยใช้เทคนิคทางจิตวิทยาและการสร้างความน่าเชื่อถือปลอม เพื่อจูงใจให้เหยื่อหลงเชื่อและโอนเงินลงทุน ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อความมั่นคงทางการเงินของประชาชนและภาพรวมของตลาดทุนไทย ก.ล.ต. จึงได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการตรวจสอบข้อมูล และความระมัดระวังก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของสแกมเมอร์ที่ฉวยโอกาสจากความไม่รู้หรือความโลภของผู้คน
ประเด็นสำคัญจาก: ก.ล.ต. เตือนระวัง สแกมเมอร์ หลังพบเบาะแสหลอกลงทุน 8,000 เคส
ประเด็นหลักที่ ก.ล.ต. ให้ความสำคัญคือการแจ้งเตือนภัยจากการหลอกลวงลงทุน ซึ่งมีการรายงานเบาะแสกว่า 8,000 เคส แสดงให้เห็นถึงความแพร่หลายของปัญหา อาชญากรรมทางเศรษฐกิจเหล่านี้มักใช้ช่องทางออนไลน์เป็นหลัก โดยเฉพาะผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย กลุ่มสแกมเมอร์มักจะสร้างโปรไฟล์ปลอม หรือแอบอ้างเป็นบุคคลหรือองค์กรที่มีชื่อเสียง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและดึงดูดเหยื่อให้เข้ามาติดต่อ โดยเสนอผลตอบแทนที่สูงเกินจริงและรวดเร็ว ซึ่งบ่อยครั้งมักไม่ได้ให้ข้อมูลที่ครบถ้วนเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น การหลอกลวงเหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การลงทุนในหุ้นหรือคริปโตเคอร์เรนซีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงรูปแบบอื่นๆ ที่อ้างว่าเป็นการลงทุนในธุรกิจที่มีผลกำไรมหาศาล หรือการจัดกิจกรรมพิเศษที่ให้ผลตอบแทนสูง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นกลวิธีในการฉกฉวยผลประโยชน์จากผู้ที่หลงเชื่อ
สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เบาะแสการหลอกลงทุนมีจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเกิดจากความไม่เข้าใจในหลักการลงทุนที่แท้จริงของประชาชนบางกลุ่ม รวมถึงความต้องการที่จะสร้างผลกำไรอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากนัก สแกมเมอร์มักจะใช้โอกาสนี้ในการสร้างภาพลวงตา โดยอธิบายถึงวิธีการลงทุนที่ดูเหมือนง่ายดาย และการันตีผลตอบแทนที่ไม่สมเหตุสมผล นอกจากนี้ การเข้าถึงข้อมูลที่ผิดพลาดบนอินเทอร์เน็ต และการแพร่หลายของข่าวปลอม ยังเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมให้การหลอกลวงเหล่านี้ดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง ก.ล.ต. จึงได้เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของตนในการเฝ้าระวังและให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน เพื่อให้ตระหนักถึงภัยอันตรายที่แฝงมากับการลงทุนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายทางการเงินกับผู้ลงทุนรายย่อย
รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น
จากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า เบาะแสการหลอกลงทุนจำนวน 8,000 เคสที่ถูกรายงานไปยัง ก.ล.ต. นั้นครอบคลุมรูปแบบการหลอกลวงที่หลากหลาย โดยแบ่งออกเป็นหลายประเภท เช่น การชักชวนให้ลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ไม่มีอยู่จริง การอ้างว่าเป็นการลงทุนในกองทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติ หรือแม้แต่การหลอกลวงในรูปแบบแชร์ลูกโซ่ที่อิงกับสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งในปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักลงทุนรุ่นใหม่ กลุ่มมิจฉาชีพมักจะใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการปลอมแปลงเอกสาร เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือและสามารถหลอกลวงเหยื่อได้อย่างแนบเนียน นอกจากนี้ยังพบว่ามีการนำข้อมูลส่วนตัวของเหยื่อที่ได้จากการหลอกลวงในครั้งแรก ไปใช้ในการหลอกลวงซ้ำอีกครั้ง ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมหลายมิติ ก.ล.ต. จึงได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมกันสกัดกั้นและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด
เพื่อเป็นการป้องกันและยับยั้งความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ประชาชนและนักลงทุนควรตระหนักและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจใดๆ ก.ล.ต. แนะนำว่าผู้ที่สนใจลงทุนควรตรวจสอบข้อมูลของบุคคลหรือบริษัทที่ชักชวนลงทุนผ่านช่องทางที่เป็นทางการของ ก.ล.ต. เช่น เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชัน SEC Check ของสำนักงาน เพื่อยืนยันว่าผู้ชักชวนลงทุนนั้นเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. หรือไม่ นอกจากนี้ ควรให้ความสำคัญกับหลักการ “ลงทุนในสิ่งที่รู้จักและเข้าใจ” และไม่หลงเชื่อคำสัญญาผลตอบแทนที่สูงเกินจริงและไม่มีความเสี่ยง เพราะการลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยงเสมอ การรับฟังคำแนะนำจากผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์ในตลาดทุนอย่างแท้จริง หรือปรึกษาสถาบันการเงินที่เชื่อถือได้ จะช่วยลดโอกาสในการตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงได้เป็นอย่างดี
สรุปข่าวทั้งหมด
ก.ล.ต. ได้ออกประกาศเตือนภัยถึงประชาชนอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับมิจฉาชีพที่ใช้กลโกงหลอกลวงให้ลงทุน ซึ่งมีเบาะแสสูงถึง 8,000 เคส ความรุนแรงของปัญหาบ่งชี้ถึงความจำเป็นที่ประชาชนจะต้องเพิ่มความระมัดระวังในการตัดสินใจลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเผชิญกับข้อเสนอที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริงหรือไม่สมเหตุสมผล การตรวจสอบข้อมูลและสถานะของผู้ที่ชักชวนลงทุนผ่านช่องทางที่ถูกต้องของ ก.ล.ต. เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การไม่หลงเชื่อคำโฆษณาที่เกินจริง และการทำความเข้าใจในผลิตภัณฑ์การลงทุนอย่างถ่องแท้ จะเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดจากการตกเป็นเหยื่อของสแกมเมอร์ ซึ่งเป็นภัยคุกคามที่ยังคงแพร่หลายในโลกการเงินปัจจุบัน ก.ล.ต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะยังคงดำเนินการเฝ้าระวังและให้ความรู้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่สังคมจากภัยมิจฉาชีพเหล่านี้ในระยะยาว









