Home ข่าวสังคม ก.ล.ต. ปูทาง “TouristDigiPay” ระบบจ่ายเงินดิจิทัลนักท่องเที่ยว คุมเข้มกันฟอกเงินด้วย KYC–Blockchain

ก.ล.ต. ปูทาง “TouristDigiPay” ระบบจ่ายเงินดิจิทัลนักท่องเที่ยว คุมเข้มกันฟอกเงินด้วย KYC–Blockchain

110
0
ภาพประกอบข่าว: ก.ล.ต. ปูทาง “TouristDigiPay” ระบบจ่ายเงินดิจิทัลนักท่องเที่ยว คุมเข้มกันฟอกเงินด้วย KYC–Blockchain
เครดิตภาพ: Wipa

ก.ล.ต. เตรียมผลักดันโครงการ “TouristDigiPay” ซึ่งเป็นระบบการชำระเงินดิจิทัลสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้จ่ายและแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมและป้องกันการฟอกเงิน ระบบนี้จะใช้เทคโนโลยี KYC (Know Your Customer) และ Blockchain เพื่อยืนยันตัวตนและบันทึกธุรกรรมอย่างโปร่งใสและปลอดภัย โดยมีเป้าหมายเพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวในยุคดิจิทัล และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ การดำเนินการดังกล่าวเป็นการเตรียมความพร้อมและสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เพื่อรองรับการไหลเวียนของเงินตราดิจิทัลจากนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งสร้างความน่าเชื่อถือและความมั่นคงทางการเงินให้กับประเทศไทยในระยะยาว การนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานการป้องกันการฟอกเงินให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล

ประเด็นสำคัญจาก: ก.ล.ต. ปูทาง “TouristDigiPay” ระบบจ่ายเงินดิจิทัลนักท่องเที่ยว คุมเข้มกันฟอกเงินด้วย KYC–Blockchain

ประเด็นสำคัญของโครงการ “TouristDigiPay” มุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศการชำระเงินดิจิทัลที่ครบวงจรสำหรับนักท่องเที่ยว โดย ก.ล.ต. เล็งเห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีในการยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวและในขณะเดียวกันก็เสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินให้ประเทศ ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินดิจิทัลได้อย่างสะดวกสบาย ลดข้อจำกัดในการพกพาเงินสด และลดความยุ่งยากในการแลกเปลี่ยนเงินตรา ในขณะเดียวกัน การใช้เทคโนโลยี KYC ซึ่งเป็นการยืนยันตัวตนลูกค้า จะช่วยให้ระบบมีความปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากการทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย หรือการฟอกเงิน นอกจากนี้ การบูรณาการใช้เทคโนโลยี Blockchain ในระบบจะเพิ่มความโปร่งใสและตรวจสอบย้อนหลังได้ของทุกธุรกรรม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย

โครงการนี้ยังคาดว่าจะส่งเสริมการแข่งขันในอุตสาหกรรมการเงินและเทคโนโลยี เนื่องจากเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการรายใหม่ๆ เข้ามาร่วมพัฒนานวัตกรรมและให้บริการแก่นักท่องเที่ยวได้มากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาบริการที่มีคุณภาพและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย การที่ ก.ล.ต. เป็นหน่วยงานหลักในการผลักดันโครงการนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการนำร่องเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการพัฒนาประเทศ ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม การสร้างความเข้าใจและการยอมรับในระบบใหม่นี้จากภาคส่วนต่างๆ ทั้งผู้ประกอบการ สถาบันการเงิน และนักท่องเที่ยว จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จและยั่งยืนในระยะยาว

รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น

การนำระบบ “TouristDigiPay” มาใช้จะเกี่ยวข้องกับการเชื่อมโยงระหว่างผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินดิจิทัล, ธนาคารพาณิชย์ และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ร้านค้า หรือบริษัททัวร์ เพื่อให้ระบบสามารถรองรับการทำธุรกรรมได้อย่างราบรื่นและครบวงจร ระบบ KYC ที่จะถูกนำมาใช้นั้นจะมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (Digital Identity Verification) ซึ่งอาจจะรวมถึงการใช้ข้อมูลชีวมาตร (Biometrics) และเทคโนโลยี OCR (Optical Character Recognition) ในการอ่านและตรวจสอบเอกสารประจำตัว เพื่อให้การยืนยันตัวตนเป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ลดความผิดพลาดและเพิ่มความสะดวกสบายให้กับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ต้องรีบใช้เงิน.

นอกจากนี้ การใช้ Blockchain จะไม่เพียงแต่เสริมสร้างความปลอดภัยในการทำธุรกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างบันทึกธุรกรรมที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ถือเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับระบบ และยังช่วยให้หน่วยงานกำกับดูแลสามารถตรวจสอบการไหลเวียนของเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟอกเงินและการสนับสนุนการก่อการร้าย ซึ่งปัจจุบันถือเป็นภัยคุกคามทางการเงินที่สำคัญในระดับโลก การมีระบบที่แข็งแกร่งเช่นนี้จะช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในสายตานักลงทุนต่างชาติและองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการฟอกเงิน อันเป็นการเสริมสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม.

สรุปข่าวทั้งหมด

โครงการ “TouristDigiPay” ที่ ก.ล.ต. กำลังผลักดัน ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบการชำระเงินดิจิทัลสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้จ่ายและแลกเปลี่ยนเงินตรา แต่ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินของประเทศไทย โดยการนำเทคโนโลยี KYC และ Blockchain มาใช้ในการยืนยันตัวตนและบันทึกธุรกรรม การดำเนินการนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการปรับตัวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล และการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อประโยชน์สูงสุด ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ การสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และการสร้างความเข้าใจให้กับนักท่องเที่ยว เพื่อให้โครงการนี้สามารถประสบความสำเร็จและต่อยอดไปสู่การเป็นศูนย์กลางการเงินดิจิทัลในภูมิภาคได้อย่างแท้จริง การผสมผสานระหว่างนวัตกรรมทางการเงินและมาตรการควบคุมที่เข้มงวด จะทำให้ประเทศไทยสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวและลงทุนจากต่างประเทศได้มากยิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน.

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here