
SCBX แนะองค์กรในประเทศไทยตื่นตัวและเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เกิดจากเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ควอนตัม ซึ่งคาดการณ์ว่าจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความปลอดภัยของข้อมูลในอนาคตอันใกล้ โดยเฉพาะข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนและต้องเก็บรักษาเป็นความลับ การพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่มีขีดความสามารถในการประมวลผลสูงกว่าคอมพิวเตอร์ทั่วไปหลายเท่าตัว จะทำให้ระบบการเข้ารหัสข้อมูลในปัจจุบันที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นบนอินเทอร์เน็ต ระบบการเงินธนาคาร หรือระบบราชการต่างๆ ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป SCBX ชี้ให้เห็นว่าการละเลยต่อภัยคุกคามนี้อาจนำไปสู่การรั่วไหลของข้อมูล การโจรกรรมทรัพย์สินทางปัญญา และการทำลายความน่าเชื่อถือขององค์กรในวงกว้าง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศโดยรวม องค์กรต่างๆ จึงควรเริ่มศึกษาและวางแผนการปรับตัวเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางไซเบอร์ให้ทนทานต่อการโจมตีในยุคควอนตัมตั้งแต่บัดนี้
ประเด็นสำคัญจาก: SCBX แนะองค์กรตื่นตัว! พร้อมรับมือภัยคุกคามควอนตัม กระทบความปลอดภัยข้อมูล
SCBX ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่องค์กรจะต้องทำความเข้าใจและเตรียมแผนรับมือกับภัยคุกคามจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่จะมาถึงในอนาคตอันใกล้ เทคโนโลยีควอนตัมกำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และศักยภาพของมันไม่ได้จำกัดอยู่แค่การปฏิวัติวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ด้วย คอมพิวเตอร์ควอนตัมสามารถแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนได้อย่างรวดเร็วเกินกว่าที่คอมพิวเตอร์แบบคลาสสิกจะทำได้ ซึ่งรวมถึงการถอดรหัสลับที่ใช้ในการเข้ารหัสข้อมูลในปัจจุบัน เช่น RSA และ ECC ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาความปลอดภัยในการสื่อสารออนไลน์ การทำธุรกรรมทางการเงิน และการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลในภาครัฐและเอกชน หากระบบการเข้ารหัสเหล่านี้ถูกเจาะได้ง่าย จะนำไปสู่ผลกระทบที่ใหญ่หลวงต่อความมั่นคงของชาติและเศรษฐกิจโลก
การคาดการณ์จากผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ภัยคุกคามจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป รายงานหลายฉบับชี้ให้เห็นว่าอาจมีคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่สามารถถอดรหัสลับสำคัญๆ ได้ภายในช่วงทศวรรษหน้าหรือเร็วกว่านั้น SCBX จึงเห็นว่าองค์กรต่างๆ ไม่ควรรอจนกว่าภัยคุกคามจะมาถึง แต่ควรเริ่มลงทุนในการวิจัยและพัฒนาแนวทางป้องกันที่เรียกว่า “Post-Quantum Cryptography” (PQC) ซึ่งเป็นการเข้ารหัสแบบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อให้ทนทานต่อการโจมตีของคอมพิวเตอร์ควอนตัม การปรับเปลี่ยนมาใช้ PQC ไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องใช้เวลาในการดำเนินการ เพราะเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีครั้งใหญ่ขององค์กร ซึ่งรวมถึงการอัปเดตซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และปรับปรุงกระบวนการรักษาความปลอดภัยให้สอดรับกับเทคโนโลยีใหม่นี้ การละเลยในวันนี้อาจหมายถึงความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้ในอนาคต
รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น
SCBX ชี้ให้เห็นว่าการเตรียมความพร้อมรับมือภัยคุกคามควอนตัมไม่ใช่แค่การลงทุนในเทคโนโลยีใหม่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างความรู้และความเข้าใจในหมู่บุคลากรที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูงไปจนถึงทีมงานด้านเทคนิค การสร้างวัฒนธรรมความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยไซเบอร์เป็นสิ่งสำคัญยิ่งเพื่อให้องค์กรสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ได้ การประเมินความเสี่ยงที่แม่นยำและการจัดลำดับความสำคัญของข้อมูลที่มีความสำคัญสูงเป็นขั้นตอนแรกที่จำเป็น องค์กรควรระบุว่าข้อมูลประเภทใดที่มีความอ่อนไหวต่อการโจมตีควอนตัมมากที่สุดและควรได้รับการปกป้องเป็นพิเศษ ซึ่งรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลทางการเงิน ความลับทางการค้า และทรัพย์สินทางปัญญา นอกจากนี้ยังต้องมีการพิจารณากฎระเบียบและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการปกป้องข้อมูล ซึ่งอาจมีการปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับยุคควอนตัมในอนาคตอันใกล้
การทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการรับมือกับความท้าทายนี้ SCBX เชื่อว่าการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และการวิจัยด้าน Post-Quantum Cryptography จะช่วยเร่งให้เกิดการพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพได้เร็วขึ้น การสนับสนุนนโยบายที่เอื้อต่อการลงทุนในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีความปลอดภัยควอนตัมจะช่วยให้ประเทศไทยมีความพร้อมในการรับมือกับภัยคุกคามนี้ในระดับประเทศ การสร้างมาตรฐานการเข้ารหัสแบบใหม่และการผลักดันให้มีการนำไปใช้ในวงกว้างจะช่วยลดความเสี่ยงจากการโจมตีของคอมพิวเตอร์ควอนตัมได้อย่างมีนัยสำคัญ องค์กรต่างๆ ไม่ควรดำเนินการเพียงลำพัง แต่ควรสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในการเตรียมพร้อมสำหรับยุคควอนตัม
สรุปข่าวทั้งหมด
โดยสรุปแล้ว SCBX ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่องค์กรต่างๆ โดยเฉพาะในประเทศไทย จะต้องตระหนักถึงและเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่กำลังจะเข้ามา ซึ่งมีศักยภาพในการทำลายระบบการเข้ารหัสข้อมูลในปัจจุบัน การละเลยปัญหาดังกล่าวอาจส่งผลร้ายแรงต่อความมั่นคงทางไซเบอร์ขององค์กร ซึ่งอาจนำไปสู่การรั่วไหลของข้อมูล การโจรกรรม และความเสียหายต่อชื่อเสียง การเตรียมความพร้อมควรรวมถึงการศึกษาเทคโนโลยี Post-Quantum Cryptography การประเมินความเสี่ยง การลงทุนในโซลูชันใหม่ๆ และการสร้างความตระหนักรู้ในหมู่บุคลากร การทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนจะเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาแนวทางป้องกันและการสร้างมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับความท้าทายในยุคควอนตัมได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย.






