
เอกชนเสียงแข็ง ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลจัดทำแผนสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม ก่อนที่จะมีการประกาศยุบสภา โดยตัวแทนจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นของการมีวิสัยทัศน์และนโยบายเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง เพื่อรองรับความผันผวนของสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและปัญหาภายในประเทศที่ยังคงส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและประชาชน ความกังวลนี้สะท้อนถึงความต้องการของภาคเอกชนที่ต้องการเห็นความชัดเจนจากภาครัฐเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า เพื่อให้สามารถวางแผนการลงทุนและการดำเนินงานได้อย่างมั่นใจ โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมืองที่จะมาถึงในอนาคตอันใกล้
ประเด็นสำคัญจาก: เอกชนเสียงแข็ง จี้รัฐต้องมีแผนสร้างความเชื่อมั่นเศรษฐกิจ ก่อนยุบสภา
ประเด็นหลักที่ภาคเอกชนให้ความสำคัญคือการสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจและดึงดูดการลงทุน ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ การที่รัฐบาลยังไม่มีแผนงานที่ชัดเจนก่อนการยุบสภา ถือเป็นความเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดภาวะสุญญากาศทางนโยบาย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนของผู้ประกอบการ เนื่องจากไม่สามารถคาดการณ์ทิศทางของเศรษฐกิจและนโยบายสนับสนุนต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ ภาคเอกชนจึงเรียกร้องให้รัฐบาลชุดปัจจุบันเร่งทบทวนและจัดทำแผนการทำงานที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การดูแลค่าครองชีพ และการส่งเสริมการส่งออก
นอกจากนี้ ภาคเอกชนยังมองว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่กำลังจะเกิดขึ้นอาจส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนในระยะสั้น ซึ่งอาจขัดขวางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่เพิ่งจะเริ่มฟื้นตัวจากวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านมา ดังนั้น แผนการสร้างความเชื่อมั่นที่ชัดเจนจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อตลาดทุนและการลงทุน การสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเกี่ยวกับแผนการระยะยาว จะช่วยลดความกังวลและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน การสื่อสารที่โปร่งใสและสม่ำเสมอเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน
รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น
ในรายละเอียด นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้ระบุว่า ปัจจัยที่สร้างความไม่มั่นใจให้กับภาคเอกชนอย่างมากคือความไม่แน่นอนทางการเมือง โดยเฉพาะสถานการณ์ก่อนการยุบสภาและการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการชะลอตัวของการลงทุนภาคเอกชน เนื่องจากนักลงทุนต้องการความชัดเจนในนโยบายต่าง ๆ ทั้งนโยบายด้านภาษี นโยบายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และนโยบายส่งเสริมภาคอุตสาหกรรม การที่รัฐบาลยังไม่มีแผนหรือมาตรการที่ยืนยันถึงการดำเนินการต่อเนื่องในโครงการสำคัญต่าง ๆ จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวล เพราะอาจทำให้โครงการเหล่านี้ต้องหยุดชะงักหรือถูกทบทวนใหม่ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในภาพรวม นอกจากนี้ ค่าเงินบาทที่ผันผวนและต้นทุนพลังงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันภาคธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่มีข้อจำกัดในการปรับตัว
ภาคเอกชนยังได้เสนอแนะให้รัฐบาลพิจารณามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว รวมถึงการเร่งรัดการใช้งบประมาณภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงโค้งสุดท้ายของการทำงานของรัฐบาลปัจจุบัน การมีแผนงานที่ชัดเจนจะช่วยให้เกิดการใช้จ่ายและการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในโครงการที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ เช่น โครงการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และการลงทุนในเทคโนโลยีสีเขียว ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว การทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อกำหนดทิศทางนโยบายที่มั่นคงและสอดคล้องกัน ถือเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและประคับประคองเศรษฐกิจให้ผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความผันผวนนี้ไปได้อย่างราบรื่น
สรุปข่าวทั้งหมด
โดยสรุป ภาคเอกชนได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนในการเรียกร้องให้รัฐบาลจัดทำแผนสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม ก่อนการยุบสภาที่จะมาถึง จุดยืนนี้สะท้อนถึงความกังวลของภาคธุรกิจที่ไม่ต้องการเห็นภาวะสุญญากาศทางนโยบายหรือความไม่แน่นอนทางการเมืองส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและบรรยากาศการลงทุน มาตรการที่ภาคเอกชนต้องการเห็น รวมถึงการมีแผนงานที่ต่อเนื่อง การแก้ปัญหาค่าครองชีพ ต้นทุนพลังงาน และการสนับสนุน SMEs โดยเชื่อว่าการมีแผนงานที่ชัดเจนจะช่วยลดความเสี่ยง สร้างความเชื่อมั่น และขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง แม้จะต้องเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองในอนาคตอันใกล้ การสื่อสารและร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจในปัจจุบันและอนาคต









