
นายกฯ ชู ความมั่นคง 3 เสาหลัก ซึ่งประกอบด้วยความร่วมมือด้านพลังงาน อาหาร และการแพทย์ดิจิทัล เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนและเสริมสร้างความเข้มแข็งในกรอบความร่วมมืออาเซียนสามบวก โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างเสถียรภาพและความยั่งยืนในภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่โลกเผชิญกับความท้าทายหลากหลาย มิติ ทั้งจากสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความผันผวนทางเศรษฐกิจ การประกาศวิสัยทัศน์นี้มีขึ้นในระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำระดับภูมิภาค ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาร่วมกันและร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศคู่เจรจาในการพัฒนาภูมิภาคให้ก้าวหน้าไปพร้อมกัน
ประเด็นสำคัญจาก: นายกฯ ชูความมั่นคง 3 เสาหลัก ขับเคลื่อน-เสริมความเข้มแข็งอาเซียนสามบวก
ประเด็นหลักที่นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำคือการสร้างความมั่นคงในสามเสาหลัก ได้แก่ ความมั่นคงด้านพลังงาน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม การสร้างความยืดหยุ่นในภาคพลังงาน การส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน และการเชื่อมโยงโครงข่ายพลังงานในภูมิภาค จะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก และสร้างเสถียรภาพให้กับประเทศสมาชิก นอกจากนี้ ความมั่นคงด้านอาหาร ก็เป็นอีกหนึ่งเสาหลักที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากประชากรในภูมิภาคยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง coupled with ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ส่งผลต่อผลผลิตทางการเกษตร การลงทุนในเทคโนโลยีการเกษตรที่ทันสมัย การสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการผลิตและกระจายสินค้าเกษตร และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรับประกันว่าทุกคนจะเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพอย่างเพียงพอ
เสาหลักสุดท้ายคือความมั่นคงด้านการแพทย์ดิจิทัล ซึ่งเป็นแนวทางในการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับบริการสาธารณสุข ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการรักษาพยาบาล และเตรียมรับมือกับภัยคุกคามด้านสาธารณสุขในอนาคต การพัฒนาแพลตฟอร์มการแพทย์ทางไกล การแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์ และการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาวัคซีนและยาในภูมิภาค จะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการรับมือกับโรคระบาดและสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพในระยะยาว นโยบายเหล่านี้ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นการสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน เพื่อรับมือกับความท้าทายจากภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาเซียนสามบวกมีบทบาทสำคัญในการผลักดันความร่วมมือเหล่านี้ให้เกิดขึ้นจริง
รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น
เพื่อขับเคลื่อนความมั่นคงทั้งสามเสาหลักให้เกิดผลเป็นรูปธรรม นายกรัฐมนตรีได้เสนอแนวทางปฏิบัติและแผนงานที่ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนทั้งสามด้าน อาทิ การพัฒนาคลังสำรองพลังงานร่วมกันในภูมิภาค การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์พืชที่ทนทานต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และการลงทุนในเทคโนโลยี AI สำหรับการวินิจฉัยโรคเบื้องต้น นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างกรอบความร่วมมือทางกฎหมายและนโยบายที่เอื้อต่อการลงทุนและการเคลื่อนย้ายทรัพยากร ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการดำเนินงานในระดับภูมิภาค การสร้างความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชนก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนวาระแห่งความมั่นคงเหล่านี้ ประเทศไทยในฐานะสมาชิกอาเซียน จะเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อระดมสมองและแลกเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดจากประเทศสมาชิกและประเทศคู่เจรจาในแต่ละเสาหลัก
เป้าหมายสำคัญอีกประการหนึ่งคือการเสริมสร้างบทบาทของอาเซียนสามบวก ซึ่งประกอบด้วยประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศคู่เจรจาหลัก ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแบ่งปันประสบการณ์ เทคโนโลยี และทรัพยากร เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานในแต่ละด้าน นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงศักยภาพของพันธมิตรเหล่านี้ในการเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยผลักดันให้เกิดความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาดจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ หรือความร่วมมือด้านการเกษตรและนวัตกรรมดิจิทัลจากจีน การบูรณาการความร่วมมือเหล่านี้จะช่วยให้ภูมิภาคอาเซียนมีความยืดหยุ่นและสามารถรับมือกับความท้าทายในอนาคตได้อย่างมั่นคง พร้อมทั้งสร้างโอกาสในการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน
สรุปข่าวทั้งหมด
การประกาศวิสัยทัศน์ของนายกรัฐมนตรีในการชูความมั่นคง 3 เสาหลัก ได้แก่ พลังงาน อาหาร และการแพทย์ดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนและเสริมสร้างความเข้มแข็งในกรอบความร่วมมืออาเซียนสามบวก ถือเป็นย่างก้าวสำคัญในการสร้างเสถียรภาพและความยั่งยืนให้กับภูมิภาค ท่ามกลางความท้าทายระดับโลกที่ซับซ้อนและหลากหลาย การให้ความสำคัญกับความมั่นคงเหล่านี้เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาที่ครอบคลุมและเป็นธรรม โดยเน้นย้ำถึงการพึ่งพาอาศัยกันและการทำงานร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศคู่เจรจา การดำเนินตามแนวทางที่เสนอแนะ เช่น การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น การสร้างกรอบนโยบายที่เอื้ออำนวย และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้วิสัยทัศน์นี้ประสบความสำเร็จในระยะยาว และสร้างอนาคตที่มั่นคงและเจริญรุ่งเรืองสำหรับทุกคนในภูมิภาค.









