Home ข่าวสังคม ‘พิพัฒน์’ เดินหน้า “ถนนเลียบหาดชลาทัศน์ (เก้าเส้ง)”สู่ศูนย์กลางศก. ฝั่งอ่าวไทย

‘พิพัฒน์’ เดินหน้า “ถนนเลียบหาดชลาทัศน์ (เก้าเส้ง)”สู่ศูนย์กลางศก. ฝั่งอ่าวไทย

122
0
ภาพประกอบข่าว: ‘พิพัฒน์’ เดินหน้า “ถนนเลียบหาดชลาทัศน์ (เก้าเส้ง)”สู่ศูนย์กลางศก. ฝั่งอ่าวไทย
เครดิตภาพ: Pornpimal Yaempracha

พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ผลักดันโครงการพัฒนา “ถนนเลียบหาดชลาทัศน์ (เก้าเส้ง)” ในจังหวัดสงขลา เพื่อยกระดับให้เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่สำคัญของพื้นที่ฝั่งอ่าวไทย โครงการนี้มีเป้าหมายในการส่งเสริมการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว โดยเน้นการพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในอนาคต การดำเนินงานดังกล่าวสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค และสร้างโอกาสในการทำงานให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน การพัฒนาถนนเลียบหาดนี้คาดว่าจะช่วยดึงดูดนักลงทุนและนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่ชุมชนในวงกว้าง

ประเด็นสำคัญจาก: ‘พิพัฒน์’ เดินหน้า “ถนนเลียบหาดชลาทัศน์ (เก้าเส้ง)”สู่ศูนย์กลางศก. ฝั่งอ่าวไทย

การผลักดันโครงการ “ถนนเลียบหาดชลาทัศน์ (เก้าเส้ง)” โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขันของจังหวัดสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคบริการและการท่องเที่ยว จังหวัดสงขลาถือเป็นประตูเศรษฐกิจที่สำคัญสู่ภาคใต้และมาเลเซีย การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานบริเวณชายฝั่งทะเลจะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ความเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ ตลอดจนเป็นจุดเชื่อมโยงการคมนาคมขนส่งสินค้าและบริการต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โครงการนี้จะเข้ามาเติมเต็มศักยภาพของพื้นที่ให้สามารถรองรับการเติบโตของนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปี รวมถึงการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และการค้าปลีก

นอกจากการส่งเสริมการท่องเที่ยวแล้ว โครงการนี้ยังมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในท้องถิ่น โดยการสร้างโอกาสในการเข้าถึงสาธารณูปโภคและบริการพื้นฐานที่ดีขึ้น รวมถึงการสร้างงาน สร้างอาชีพที่หลากหลายและมั่นคง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุมจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำและกระจายความเจริญไปสู่ชุมชนต่างๆ โดยรอบ นายพิพัฒน์ได้ชี้แจงว่าการดำเนินการดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปอย่างยั่งยืนและตอบสนองความต้องการของทุกกลุ่มได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ การวางแผนพัฒนายังต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศบริเวณชายหาด เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจและการอนุรักษ์ธรรมชาติ

รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น

โครงการพัฒนา “ถนนเลียบหาดชลาทัศน์ (เก้าเส้ง)” ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การก่อสร้างถนน แต่ยังรวมถึงการปรับปรุงภูมิทัศน์ การสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะ เช่น ทางเท้า ระบบไฟฟ้าส่องสว่าง สวนสาธารณะ และโซนกิจกรรมสำหรับประชาชน เพื่อให้พื้นที่นี้เป็นมากกว่าแค่เส้นทางสัญจร แต่เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจและศูนย์กลางการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมและประเพณีของท้องถิ่น การพัฒนาเหล่านี้จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ และดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชนให้เข้ามาพัฒนาโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวและธุรกิจบริการ การลงทุนภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐานจึงเป็นแรงกระตุ้นสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดสงขลาให้เติบโตอย่างรวดเร็วและมั่นคง

การพิจารณาถึงความเชื่อมโยงกับโครงการเมกะโปรเจกต์อื่นๆ ในพื้นที่ภาคใต้ เช่น การพัฒนาท่าเรือสงขลา ท่าอากาศยานหาดใหญ่ และโครงข่ายถนนเชื่อมโยงต่างๆ ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้โครงการถนนเลียบหาดชลาทัศน์มีความเป็นไปได้สูงในการยกระดับเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ นายพิพัฒน์กล่าวว่า การบูรณาการแผนงานกับหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการขนาดใหญ่เหล่านี้จะทำให้การพัฒนามีความสมบูรณ์และได้ประโยชน์สูงสุด โดยมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายการคมนาคมขนส่งที่ไร้รอยต่อ ซึ่งจะเอื้อต่อการเคลื่อนย้ายสินค้าและผู้คน และสนับสนุนการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย การดำเนินการเชิงรุกนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่ต้องการให้สงขลาเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระดับภูมิภาคอย่างแท้จริง

สรุปข่าวทั้งหมด

การเดินหน้าโครงการ “ถนนเลียบหาดชลาทัศน์ (เก้าเส้ง)” โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับจังหวัดสงขลาให้เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวบริเวณอ่าวไทย โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การปรับปรุงภูมิทัศน์ และการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน การลงทุนในโครงการนี้คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และสร้างงานในท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการกระจายรายได้และความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว การทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน จะเป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จและทำให้สงขลากลายเป็นเมืองศูนย์กลางที่สมบูรณ์แบบตามเป้าหมายที่วางไว้

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here