
ธรรมนัส ได้ออกมากล่าวถึงนโยบายใหม่ต่อทูตเกษตร 11 แห่งทั่วโลก โดยเน้นที่แนวทาง “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม” เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรไทยและพัฒนาสินค้าเกษตรไทยเข้าสู่ตลาดโลก โดยในครั้งนี้ ธรรมนัส ได้กล่าวถึงความสำคัญของการปรับปรุงนวัตกรรมและการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาว พร้อมทั้งวางแผนให้ทูตเกษตรทั่วโลกผลักดันเกษตรกรไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ต่อไป
ประเด็นสำคัญจาก: “ธรรมนัส” มอบนโยบายทูตเกษตร 11 แห่งทั่วโลก ชูตลาดนำ–นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ดันเกษตรไทยสู่ตลาดโลก
ในการประชุมครั้งนี้ ธรรมนัสได้ระบุว่าการพัฒนาเกษตรไทยต้องเริ่มต้นจากการนำตลาดเป็นที่ตั้ง เพื่อให้สินค้าเกษตรไทยสามารถแข่งขันได้ในระดับนานาชาติ โดยสินค้าเกษตรไทยจะต้องมีคุณภาพตามมาตรฐานสากลทั้งในด้านรสชาติและการผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเน้นที่นวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้าเกษตร ธรรมนัสยังชี้ให้เห็นว่าการขยายตลาดและโปรโมชั่นสินค้าที่ตรงเป้าหมายจะสามารถเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรไทยอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนั้น ธรรมนัสยังได้กล่าวถึงการเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการสร้างโอกาสทางธุรกิจ โดยเฉพาะในตลาดใหม่ๆ ที่มีศักยภาพสูง เช่น ตลาดในทวีปแอฟริกาและละตินอเมริกา พร้อมทั้งให้คำแนะนำกลยุทธ์ในการนำเสนอสินค้าเกษตรไทยเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคต่างชาติ
รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น
ธรรมนัสได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้การดำเนินแผนนโยบายเป็นไปอย่างราบรื่น ทูตเกษตรจะทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานหลักในการสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับศักยภาพของสินค้าเกษตรไทย ให้ผู้บริโภคในต่างประเทศได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน
ในด้านของนวัตกรรม ธรรมนัสได้กล่าวถึงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตสินค้าเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการห่วงโซ่อุปทาน เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต อีกทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรไทยใช้ระบบสมาร์ทฟาร์มเพื่อเพิ่มผลผลิตและปรับปรุงคุณภาพของสินค้าเกษตร
สรุปข่าวทั้งหมด
ธรรมนัสได้ออกมากำหนดนโยบายที่มุ่งหวังพัฒนาเกษตรไทยผ่านการสนับสนุนนวัตกรรมและการเปิดตลาดใหม่ โดยมีทูตเกษตร 11 แห่งทั่วโลกเป็นตัวเชื่อมที่สำคัญในการนำพาสินค้าเกษตรไทยเข้าสู่ตลาดสากล การเน้นที่ “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม” จะเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรไทยสามารถเพิ่มรายได้และแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมั่นคง ทั้งนี้ยังมีความคาดหวังว่าการดำเนินนโยบายดังกล่าวจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาวและทำให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น






