Home ข่าวสังคม กรมประมง ชวน ‘ลอยกระทงวิถีไทย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม’ ใช้วัสดุธรรมชาติ

กรมประมง ชวน ‘ลอยกระทงวิถีไทย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม’ ใช้วัสดุธรรมชาติ

123
0
ภาพประกอบข่าว: กรมประมง ชวน ‘ลอยกระทงวิถีไทย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม’ ใช้วัสดุธรรมชาติ
เครดิตภาพ: Pornpimal Yaempracha

กรมประมง เชิญชวนประชาชนร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลลอยกระทงประจำปี 2566 ภายใต้แนวคิด ‘ลอยกระทงวิถีไทย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม’ โดยเน้นย้ำถึงการใช้วัสดุธรรมชาติในการประดิษฐ์กระทง เพื่อลดผลกระทบต่อแหล่งน้ำและระบบนิเวศทางน้ำ การรณรงค์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับเจตนารมณ์ในการรักษาความสะอาดของแม่น้ำลำคลอง การลอยกระทงด้วยวัสดุที่ย่อยสลายได้ง่าย ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม จะช่วยลดปริมาณขยะและปัญหาการปนเปื้อนในแหล่งน้ำ ซึ่งจะส่งผลดีต่อคุณภาพน้ำและสิ่งมีชีวิตในน้ำโดยรวม ซึ่งเป็นแนวทางที่เน้นการบูรณาการระหว่างวัฒนธรรมประเพณีกับการรักษาสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่อย่างสมดุล

ประเด็นสำคัญจาก: กรมประมง ชวน ‘ลอยกระทงวิถีไทย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม’ ใช้วัสดุธรรมชาติ

ประเด็นหลักของข่าวนี้คือการที่กรมประมงได้ออกมาเรียกร้องให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลลอยกระทง การเน้นย้ำให้ใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น หยวกกล้วย ใบตอง ดอกไม้ ขนมปัง หรือวัสดุอื่น ๆ ที่สามารถย่อยสลายได้ง่ายและไม่ก่อให้เกิดมลพิษ เป็นสิ่งสำคัญ วัสดุเหล่านี้จะช่วยลดภาระในการเก็บกู้และกำจัดขยะหลังเทศกาล อีกทั้งยังไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ การรณรงค์นี้ไม่เพียงแต่เป็นการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมเท่านั้น แต่ยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้กับสาธารณชน เพื่อให้เทศกาลลอยกระทงยังคงดำรงอยู่คู่กับวิถีชีวิตไทยอย่างยั่งยืน โดยไม่เป็นภัยต่อธรรมชาติและแหล่งน้ำ

นอกจากนี้ กรมประมงยังได้ให้ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบของวัสดุที่ไม่เหมาะสม เช่น พลาสติก โฟม หรือวัสดุที่มีส่วนผสมของสารเคมีต่อระบบนิเวศทางน้ำ เมื่อวัสดุเหล่านี้ถูกทิ้งลงในแหล่งน้ำ จะเกิดการสะสมและย่อยสลายได้ยาก ทำให้เกิดปัญหามลภาวะ น้ำเน่าเสีย และเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำที่อาจเข้าใจผิดว่าเป็นอาหารและบริโภคเข้าไป ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อห่วงโซ่อาหารและท้ายที่สุดก็ส่งผลกระทบต่อมนุษย์ การรณรงค์ให้ใช้กระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติจึงเป็นการป้องกันปัญหาเหล่านี้ตั้งแต่ต้นทาง และเป็นการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพในแหล่งน้ำ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการประมงที่ยั่งยืน

รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น

การรณรงค์ของกรมประมงครั้งนี้ยังรวมไปถึงการให้ข้อแนะนำที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชนในการเลือกและประดิษฐ์กระทง วัสดุธรรมชาติที่แนะนำไม่เพียงแต่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงภูมิปัญญาไทยในการใช้วัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่น เช่น การใช้ต้นกล้วยทั้งต้นมาทำฐานกระทง การใช้ใบตองในการห่อหุ้ม และการประดับตกแต่งด้วยดอกไม้สดที่มีกลิ่นหอม การใช้วัสดุเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดขยะ แต่ยังช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนท้องถิ่นที่ผลิตและจำหน่ายสินค้าจากธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีการแนะนำให้ใช้เทียนและธูปในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อลดควันและเขม่าที่อาจก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศและน้ำ การพิจารณารายละเอียดเหล่านี้อย่างรอบคอบจะช่วยให้การลอยกระทงเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ การดำเนินงานของกรมประมงในการส่งเสริมการลอยกระทงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมถือเป็นการตอบสนองต่อแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals – SDGs) โดยเฉพาะเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางน้ำและลดปริมาณขยะ กรมประมงหวังว่าการรณรงค์ในครั้งนี้จะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนทั่วประเทศ เพื่อให้เทศกาลลอยกระทงเป็นโอกาสอันดีในการแสดงออกถึงความเคารพต่อวัฒนธรรมและธรรมชาติไปพร้อมกัน การตระหนักรู้และร่วมมือกันในระดับประชาชนจะช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญและยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมของประเทศ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อคนรุ่นหลังในการสืบสานประเพณีที่ดีงามควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่

สรุปข่าวทั้งหมด

โดยสรุปแล้ว กรมประมงได้เชิญชวนประชาชนทั่วประเทศให้ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลลอยกระทงปี 2566 ด้วยแนวคิด ‘ลอยกระทงวิถีไทย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม’ ซึ่งเน้นการใช้วัสดุธรรมชาติในการประดิษฐ์กระทง เพื่อลดผลกระทบต่อแหล่งน้ำและระบบนิเวศทางน้ำ การรณรงค์นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน โดยการลดปริมาณขยะและปัญหาการปนเปื้อนในแม่น้ำลำคลอง ซึ่งจะส่งผลดีต่อคุณภาพน้ำและสิ่งมีชีวิตในน้ำ การลอยกระทงด้วยวัสดุที่ย่อยสลายได้ง่ายและไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อรักษาประเพณีอันดีงามควบคู่ไปกับการรักษาสมดุลของธรรมชาติ คาดว่าการรณรงค์นี้จะช่วยสร้างจิตสำนึกที่ดีแก่ประชาชนและส่งเสริมให้มีการปฏิบัติตนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว สร้างสรรค์วัฒนธรรมที่ยั่งยืนสืบไป

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here