
LINE MAN ได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงโครงการ “คนละครึ่ง” เพียง 5 วันหลังจากเริ่มโครงการ LINE MAN ได้รับออเดอร์รวมมากถึง 2 ล้านคำสั่ง ส่งผลให้เงินสดไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นถึง 300 ล้านบาท กิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่สร้างความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภคแต่ยังช่วยสนับสนุนธุรกิจในช่วงที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวจากวิกฤตการณ์ต่างๆ อีกด้วย
ประเด็นสำคัญจาก: LINE MAN คนละครึ่ง 5 วัน กวาด 2 ล้านออเดอร์ ดันเงินสะพัด300 ล.
โครงการคนละครึ่งถือเป็นหนึ่งในมาตรการที่รัฐบาลนำมาใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยสนับสนุนการใช้จ่ายของประชาชนในลักษณะร่วมจ่ายกับภาครัฐ และการที่ LINE MAN ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการส่งออเดอร์รายใหญ่ได้นำโปรแกรมนี้มาผสมผสานในการให้บริการ ทำให้จำนวนออเดอร์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตลอดจนช่วยเพิ่มศักยภาพของธุรกิจในแวดวงอาหารและบริการส่งของให้มีรายได้มากขึ้น
การดำเนินงานของ LINE MAN นั้นสอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลที่ต้องการขยายโอกาสให้กับผู้บริโภคในการใช้จ่ายอย่างง่ายขึ้น ซึ่งจากข้อมูลที่ได้รับสามารถยืนยันได้ว่า โครงการนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูเศรษฐกิจช่วงหลังการระบาดของโรคโควิด-19
ขณะเดียวกัน ความสำเร็จนี้ยังสามารถสะท้อนถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปในด้านการใช้บริการออนไลน์มากขึ้น ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ธุรกิจที่พร้อมปรับตัวสู่ดิจิทัลเข้าถึงลูกค้าได้ในภาวะปัจจุบันที่เศรษฐกิจการค้าเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น
ในกรณีของ LINE MAN ความสำเร็จในการเก็บเกี่ยวออเดอร์จำนวนมากยังเป็นผลจากการที่แพลตฟอร์มได้ลงทุนด้านการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้ในกลุ่มผู้บริโภคและร้านค้าพันธมิตร โดย LINE MAN ได้มีการสร้างแคมเปญส่งเสริมการใช้จ่ายที่ถูกต้องตามกฎระเบียบและคุกคามอำนวยความสะดวกแก่ผู้บริโภค
นอกจากนี้ การให้บริการของ LINE MAN ยังได้รับความร่วมมือจากร้านค้าพันธมิตรที่มีถึงหลายหมื่นแห่งทั่วประเทศ ซึ่งช่วยขยายโอกาสการใช้จ่ายของผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวางและครอบคลุม นับเป็นการสร้างฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งและสร้างความยั่งยืนในอนาคตทางธุรกิจอีกด้วย
สรุปข่าวทั้งหมด
สรุปได้ว่า โปรแกรม “คนละครึ่ง” ของรัฐบาลเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ LINE MAN สามารถเพิ่มจำนวนคำสั่งซื้อได้อย่างมหาศาลในช่วงเวลาเพียง 5 วัน อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนเงินในเศรษฐกิจได้ถึง 300 ล้านบาท เป็นตัวอย่างที่ดีของการร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนที่ส่งผลเชิงบวกและยาวนานต่อระบบเศรษฐกิจ โมเมนตัมนี้ยังเป็นตัวบ่งชี้สำคัญที่ธุรกิจอื่นสามารถนำเป็นแบบอย่างในการปรับตัวกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในยุคดิจิทัล









