
ศูนย์วิจัยกสิกร เปิดเผยว่าการเกิดน้ำท่วมใหญ่ในภูมิภาคภาคใต้ของประเทศไทยในช่วงเวลาล่าสุดอาจส่งผลกระทบที่สำคัญต่อเศรษฐกิจ โดนในรายงานคาดการณ์ว่า ผลกระทบเศรษฐกิจจากเหตุการณ์ดังกล่าวมีมูลค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 25,000 ล้านบาท ทั้งนี้ น้ำท่วมที่เกิดขึ้นได้ทำลายพื้นที่เกษตรกรรมเป็นบริเวณกว้าง และทำให้โครงสร้างพื้นฐานหลายแห่งพังทลาย ส่งผลให้ความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งจากการดำเนินธุรกิจที่หยุดชะงักและการใช้ชีวิตประจำวันเป็นไปอย่างยากลำบากยิ่งขึ้น
ประเด็นสำคัญจาก: ศูนย์วิจัยกสิกร คาด น้ำท่วมใต้ ทุบเศรษฐกิจพังไม่ต่ำกว่า 25,000 ล้านบาท
แนวคิดจากศูนย์วิจัยกสิกรระบุว่า ภัยพิบัติน้ำท่วมครั้งนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายเฉพาะต่อภาคเกษตรกรรมเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบลามไปถึงภาคอุตสาหกรรมและการขนส่งด้วย เนื่องจากภูมิภาคใต้เป็นศูนย์กลางการผลิตและจำหน่ายสินค้าเกษตรที่สำคัญของประเทศ การที่น้ำท่วมทำให้ถนนหลายสายไม่สามารถใช้งานได้ ส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าและวัตถุดิบต่างๆ ที่มีสัดส่วนความสำคัญต่อการผลิตสินค้าเกษตรอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรยังได้คาดการณ์เพิ่มเติมว่า ผลกระทบเหล่านี้อาจสืบเนื่องไปถึงอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ลดลงในระยะสั้น ซึ่งอาจส่งผลให้สินค้าประมง, สินค้าเกษตร และการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ ในส่วนของการท่องเที่ยวซึ่งเป็นอีกหนึ่งเสาหลักของเศรษฐกิจภาคใต้มีความเสี่ยงที่จะสูญเสียรายได้จากการหยุดชะงักของการเดินทาง
รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น
ข้อมูลจากการสำรวจเพิ่มเติมระบุว่า มีพื้นที่เกษตรกรรมที่ถูกน้ำท่วมมากกว่าแสนไร่ และฟาร์มสัตว์กว่าห่างแสนแห่งได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมในครั้งนี้ นอกจากนั้นมีการคาดการณ์ว่าผลผลิตข้าว ข้าวโพด และยางพาราจะมีการลดลงอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลก
แนวโน้มการฟื้นฟูหลังเหตุน้ำท่วมยังมีความไม่แน่นอน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในช่วงปลายปี และการตอบรับของหน่วยงานรัฐในการเข้าไปเสริมการฟื้นฟู นอกจากนี้ การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่เกษตรกรและผู้ประกอบการเกี่ยวข้องอย่างทันท่วงทีถือเป็นหัวใจสำคัญต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจภาคใต้ให้เข้มแข็งขึ้น
สรุปข่าวทั้งหมด
จากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในภาคใต้ครั้งนี้ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ โดยศูนย์วิจัยกสิกรคาดการณ์เสียหายไม่ต่ำกว่า 25,000 ล้านบาท ด้วยข้อมูลรับรองชี้ชัดถึงการทำลายล้างที่เกิดขึ้นทั้งในภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมที่สำคัญ การฟื้นฟูและการตอบสนองที่รวดเร็วจากภาครัฐและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะเป็นปัจจัยสำคัญในการลดผลกระทบและสนับสนุนการฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับคืนสู่ปกติในอนาคตอันใกล้นี้ สิ่งที่ต้องติดตามต่อคือการตอบสนองจากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่ามีการดำเนินการด้านการช่วยเหลือและพัฒนาอย่างไรบ้าง รวมทั้งวิธีการที่ภาคเกษตรและอุตสาหกรรมจะปรับตัวเพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต









