
คณะรัฐมนตรี ได้เคาะกรอบเงินเฟ้อสำหรับปี 2569 ให้อยู่ในช่วง 1-3% เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศ โดยการตัดสินใจนี้มีที่มาจากการวิเคราะห์สถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่มีการปรับตัวอย่างพลวัตในปัจจุบัน การตัดสินใจนี้ถูกประกาศในการประชุมที่จัดขึ้นอย่างเป็นทางการในวันล่าสุด และได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานเศรษฐกิจหลักทั้ง 4 แห่งที่ได้รับมอบหมายให้ติดตามและสนับสนุนอย่างใกล้ชิดเพื่อประกันว่าอัตราเงินเฟ้อจะถูกควบคุมให้อยู่ในขอบเขตที่กำหนด การตัดสินใจนี้มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศและการใช้ชีวิตของประชาชนทั่วไป ซึ่งจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากการปรับเปลี่ยนนโยบายดังกล่าว
ประเด็นสำคัญจาก: ครม. เคาะกรอบเงินเฟ้อปี 69 ช่วง 1-3% พร้อมมอบ 4 หน่วยงานเศรษฐกิจ ติดตามใกล้ชิด
การกำหนดกรอบอัตราเงินเฟ้อที่ช่วง 1-3% ถือเป็นการวางแผนเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับเศรษฐกิจของประเทศ คณะรัฐมนตรีมองว่าการบริหารจัดการเงินเฟ้อในขอบเขตนี้จะช่วยให้ประเทศสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดสากลได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอนสูง การรักษาความเสถียรของเงินเฟ้อนั้นไม่เพียงแต่จะช่วยปกป้องค่าความมั่งคั่งของประชาชนเท่านั้น แต่ยังมีผลดีต่อการบริโภคภายในประเทศ ที่คาดว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ การมอบหมายหน้าที่ติดตามการดำเนินงานแก่ 4 หน่วยงานเศรษฐกิจหลักนั้น รวมถึงการมีส่วนร่วมจากภาคธุรกิจและรัฐบาลในการวางแผนกลยุทธ์เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในเศรษฐกิจโลก บทบาทของหน่วยงานเหล่านี้คือการจัดหาและวิเคราะห์ข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัย เพื่อช่วยให้คณะรัฐมนตรีมีข้อมูลเพียงพอสำหรับการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ
มาตรการที่กำหนดนี้ ยังมุ่งหวังให้เกิดความเชื่อมั่นในหมู่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างการลงทุนใหม่ๆ ที่จะมาช่วยเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจและเพิ่มระดับการแข่งขันของประเทศ
รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น
การตัดสินใจครั้งนี้มีพื้นฐานจากการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างครอบคลุม โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทำการศึกษาผลกระทบของอัตราเงินเฟ้อต่อภาคธุรกิจ ภาคครัวเรือน และภาคการลงทุน ความสามารถในการควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบที่กำหนดนั้นเป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจในระยะยาว ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดภาวการณ์เงินเฟ้อสูงที่มักจะส่งผลลบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ แนวทางดังกล่าวยังเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในภาคโลก ที่กำลังมีความผันผวนสูงหลายประการ เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการค้าระหว่างประเทศ การเพิ่มขึ้นของราคาพลังงาน และการปรับตัวของเศรษฐกิจโลกหลังวิกฤตโลก ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลต่ออัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทย
สรุปข่าวทั้งหมด
การกำหนดกรอบอัตราเงินเฟ้อปี 2569 ในช่วง 1-3% โดยคณะรัฐมนตรี สะท้อนถึงความตั้งใจที่จะประคับประคองเศรษฐกิจของประเทศให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืน การมอบหมายภารกิจสำคัญให้ 4 หน่วยงานเศรษฐกิจหลักในภาครัฐมาช่วยติดตามและสนับสนุนการดำเนินการเป็นสิ่งที่จำเป็นในการประกันความสำเร็จของนโยบาย สิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือความสามารถในการรับมือกับความท้าทายทั้งภายในและภายนอกประเทศในปีต่อไป ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดการเงิน การลงทุน และการใช้ชีวิตของประชาชนอย่างไร






