Home ข่าวสังคม ไฮซีซั่นคึกคัก ต่างชาติเที่ยวไทย 27 ล้านคน รายได้ 1.2 ล้านล้าน ตลาดยุโรปโตแรง

ไฮซีซั่นคึกคัก ต่างชาติเที่ยวไทย 27 ล้านคน รายได้ 1.2 ล้านล้าน ตลาดยุโรปโตแรง

87
0
ภาพประกอบข่าว: ไฮซีซั่นคึกคัก ต่างชาติเที่ยวไทย 27 ล้านคน รายได้ 1.2 ล้านล้าน ตลาดยุโรปโตแรง
เครดิตภาพ: Phatteera

ไฮซีซั่นคึกคัก บรรยากาศการท่องเที่ยวของไทยในช่วงฤดูการท่องเที่ยวปลายปี 2566 ถึงต้นปี 2567 ตลอดจนถึงกลางปี 2567 มีแนวโน้มที่สดใส โดยมีการคาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยจะสูงถึง 27 ล้านคน และสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวรวมทั้งสิ้น 1.2 ล้านล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของภาคการท่องเที่ยวไทย หลังจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตลาดยุโรปกำลังแสดงสัญญาณการเติบโตที่โดดเด่น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวโดยรวมของประเทศให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ การฟื้นตัวนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโดยตรง แต่ยังรวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร การคมนาคม และธุรกิจของฝากของที่ระลึก ซึ่งล้วนได้รับอานิสงส์จากการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ประเด็นสำคัญจาก: ไฮซีซั่นคึกคัก ต่างชาติเที่ยวไทย 27 ล้านคน รายได้ 1.2 ล้านล้าน ตลาดยุโรปโตแรง

การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวไทยในปี 2567 เป็นผลมาจากหลายปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ ประการแรกคือการผ่อนคลายมาตรการการเดินทางระหว่างประเทศและการเปิดพรมแดนอย่างเต็มรูปแบบของหลายประเทศทั่วโลก ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวกลับมาเป็นปกติมากขึ้น นอกจากนี้ แผนงานและนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาลไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการยกเว้นวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวบางประเทศ เช่น จีนและอินเดีย ได้ช่วยกระตุ้นการเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ มาตรการเหล่านี้มีส่วนสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ให้กลับมาเยือนประเทศไทยอีกครั้ง และยังเป็นการเปิดตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง

อีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญคือความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและบริการด้านการท่องเที่ยวของไทยที่กลับมาดำเนินการได้ตามปกติ รวมถึงการปรับตัวของผู้ประกอบการในการนำเสนอสินค้าและบริการที่หลากหลายและตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวกลุ่มต่าง ๆ นอกจากนี้ ปัจจัยด้านค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักบางสกุล ยังเป็นแรงจูงใจเพิ่มเติมสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวในประเทศไทยมีความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลให้ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่อง และสร้างความคาดหวังในการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมนี้

รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น

สำหรับเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 27 ล้านคน และรายได้ 1.2 ล้านล้านบาทในปี 2567 นั้น เป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่อศักยภาพของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย แม้ว่าจำนวน 27 ล้านคนจะยังไม่เทียบเท่ากับสถิติก่อนช่วงโควิด-19 ที่เคยสูงถึงกว่า 39 ล้านคนในปี 2562 แต่ก็ถือเป็นการฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดดเมื่อพิจารณาจากช่วงเวลาที่ผ่านมา ตัวเลขรายได้ 1.2 ล้านล้านบาทนี้ ถือเป็นการบ่งชี้ถึงค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อนักท่องเที่ยวที่อาจจะสูงขึ้น หรือมีการกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยในประเทศมากขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตลาดยุโรปได้แสดงสัญญาณการเติบโตที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นผลมาจากหลายปัจจัย เช่น การที่ชาวยุโรปมีกำลังซื้อสูง การให้วันหยุดยาวสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว และความต้องการที่จะหลีกหนีสภาพอากาศหนาวเย็นในยุโรปเพื่อมาพักผ่อนในประเทศเขตร้อนอย่างประเทศไทย นอกจากนี้ การกลับมาของสายการบินตรงจากเมืองใหญ่ในยุโรปหลายแห่งก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญ ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางและลดค่าใช้จ่ายลง การฟื้นตัวของตลาดยุโรปจึงเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญในการบรรลุเป้าหมายรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวที่ตั้งไว้ และแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทย

สรุปข่าวทั้งหมด

สถานการณ์ภาคการท่องเที่ยวของไทยในปี 2567 มีแนวโน้มที่สดใสอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาถึง 27 ล้านคน สร้างรายได้ 1.2 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งหลังผ่านพ้นวิกฤตการณ์ การกลับมาของนักท่องเที่ยวจำนวนมากนี้เป็นผลจากนโยบายสนับสนุนของภาครัฐ การผ่อนคลายมาตรการเดินทาง และความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตลาดยุโรปกำลังแสดงการเติบโตที่โดดเด่น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อผู้ประกอบการโดยตรง แต่ยังรวมถึงเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ และจะเป็นรากฐานสำคัญในการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here