
คลัง ตอบสนองต่อนโยบายของนายกรัฐมนตรีด้วยการดำเนินโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ในระยะที่ 2 ซึ่งจะมอบเงินสนับสนุนคนละ 4,000 บาทให้กับประชาชนที่มีสิทธิ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีโอกาสสำหรับผู้ที่ถือบัตรคนจนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ด้วย ความเคลื่อนไหวนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
ประเด็นสำคัญจาก: คลัง รับลูกนายกฯ ลุย “คนละครึ่ง พลัส” เฟส 2 แจกคนละ 4,000 ลุ้นบัตรคนจนได้ด้วย
การประกาศโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างมาก เหตุผลหลักเพื่อช่วยกระตุ้นให้มีการใช้จ่ายในตลาดเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในประเทศ โครงการนี้เปิดตัวครั้งแรกในยุคโควิด-19 และได้รับความสำเร็จอย่างสูง จากข้อมูลล่าสุด คลังระบุว่านโยบายนี้มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มเสถียรภาพของเศรษฐกิจผ่านการขับเคลื่อนการบริโภคภายในประเทศ อีกทั้งยังเป็นการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับรอบที่สองนี้ คลังได้เตรียมงบประมาณเพียงพอเพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึง โดยเน้นการเข้าถึงและใช้จ่ายในสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ร้านค้าเล็ก ๆ ไปจนถึงธุรกิจขนาดใหญ่ ทั้งนี้การใช้จ่ายเหล่านี้จะถูกสนับสนุนโดยรัฐผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือโครงสร้างอื่น ๆ ที่เชื่อมโยงกับโครงการ
รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น
โครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ระยะที่ 2 นี้มีความน่าสนใจที่รัฐบาลได้ปรับปรุงเงื่อนไขการเข้าร่วมให้ยืดหยุ่นขึ้น เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยผู้ที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันที่รัฐบาลจัดเตรียมไว้สามารถตรวจสอบสิทธิโดยใช้หมายเลขประจำตัวประชาชนและหมายเลขโทรศัพท์มือถือ ผู้ที่ถือบัตรคนจนยังคงได้รับสิทธิเพิ่มเติมซึ่งเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
ทั้งนี้ การจัดสรรวงเงินในรูปแบบที่ไม่เป็นเงินสดมีความหวังว่าจะช่วยลดการใช้จ่ายทางสินค้าฟุ่มเฟือยและเพิ่มการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในระดับที่มากขึ้น ผู้ประกอบการที่มีส่วนร่วมในโครงการจะได้รับการยกเว้นภาษีในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการร่วมโครงการนี้ ซึ่งเป็นแรงดึงดูดในการส่งเสริมให้ธุรกิจเข้าร่วมอย่างยั่งยืน
สรุปข่าวทั้งหมด
การเน้นย้ำในการใช้ประโยชน์จากโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ระยะที่ 2 อาจเป็นก้าวสำคัญในการสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว คลังได้เน้นถึงความสำคัญของการแจกจ่ายนี้ว่าเป็นการคืนความสามารถในการจับจ่ายให้กับประชาชนอย่างเหมาะสม ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก การปรับปรุงและพัฒนานโยบายใหม่ ๆ อาจออกมาตามสถาณการณ์เศรษฐกิจในอนาคต ซึ่งควรติดตามต่อไป









