
เลือกตั้ง 2569 — ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แถลงการณ์ในการประชุมใหญ่ของพรรคพลังประชารัฐ ว่าเขาพร้อมที่จะทุ่มเทและทำงานหนักเพื่อประชาชนในการเลือกตั้งปี 2569 โดยกล่าวว่าเขาเป็น “คนบ้า” ที่บ้าทำงานแต่ไม่ใช่บ้าที่จะหลอกลวงประชาชน คำกล่าวนี้ถูกนำเสนอขึ้นเพื่อยืนยันจุดยืนของเขาในการทำงานอย่างขยันขันแข็งและซื่อสัตย์ ในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเตรียมตัวกับการเลือกตั้งครั้งสำคัญ
ประเด็นสำคัญจาก: เลือกตั้ง 2569 : “ธรรมนัส” ลั่นผมมันคนบ้า บ้าทำงานไม่บ้าหลอกประชาชน
ธรรมนัส พรหมเผ่า กล่าวถึงความมุ่งมั่นของเขาในการทำงานเพื่อพัฒนาประเทศและช่วยเหลือเกษตรกร โดยเฉพาะในส่วนของนโยบายสนับสนุนด้านการเกษตรและการพัฒนาชุมชนซึ่งเป็นหัวใจหลักของเขา เช่น การสร้างโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในชนบทและการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในการเกษตร การแถลงครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงการยืนยันถึงการทำงานหนัก แต่ที่ผ่านมา ธรรมนัส ยังได้แสดงให้เห็นถึงผลงานและโครงการที่ได้เริ่มต้นไปแล้วในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
เนื้อหาในการแถลงที่เต็มไปด้วยอารมณ์ที่เข้มข้น แสดงถึงความตื่นตัวและพลังที่จะผลักดันการเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับเศรษฐกิจและสังคม นอกจากนี้ ธรรมนัสยังได้พูดถึงวิสัยทัศน์ของพรรคพลังประชารัฐในการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับประเทศ ผ่านการบริหารที่โปร่งใสและมุ่งเน้นผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ
รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น
ในการประชุมครั้งนี้ ธรรมนัสยังได้เน้นถึงความสำคัญของความรวมใจในพรรคพลังประชารัฐ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งในปี 2569 โดยระบุถึงการทำงานร่วมกันของสมาชิกพรรคที่มีเป้าหมายเดียวกัน คำปราศรัยเช่นนี้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนถึงการเร่งระดมสรรพกำลังคนในพรรคให้ร่วมมือเป็นหนึ่ง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการคว้าชัยชนะ
นอกจากนี้ ยังมีการเน้นถึงการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมมากขึ้นในกระบวนการตัดสินใจทางการเมือง และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนในการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ในระดับท้องถิ่น สร้างแรงกระตุ้นให้กับประชาชนทั้งหลายที่เหนื่อยหน่ายกับการเมือง
สรุปข่าวทั้งหมด
คำแถลงของธรรมนัส พรหมเผ่า ในครั้งนี้ได้ดึงดูดความสนใจของสังคมและวงการเมืองไทย การประกาศจุดยืนในการทำงานอย่างเต็มที่และซื่อสัตย์สะท้อนถึงความตั้งใจที่จะนำพรรคพลังประชารัฐไปสู่ความสำเร็จในศึกเลือกตั้งปี 2569 ขณะเดียวกันก็เป็นการส่งสัญญาณถึงคู่แข่งในเวทีการเมือง ทั้งผู้สนับสนุนและประชาชนทั่วไปต้องติดตามต่อว่าจะมีการแสดงออกในเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรมอย่างไรจากธรรมนัสและพรรคพลังประชารัฐในอนาคต






