Home ข่าวสังคม “เอกนิติ” ย้ำอีกรอบ ร่วมเฟรม “เบน สมิธ” ไม่มีอะไร

“เอกนิติ” ย้ำอีกรอบ ร่วมเฟรม “เบน สมิธ” ไม่มีอะไร

128
0
ภาพประกอบข่าว: “เอกนิติ” ย้ำอีกรอบ ร่วมเฟรม
เครดิตภาพ: https://www.pptvhd36.com

“เอกนิติ” นายนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร ได้ออกมาชี้แจงประเด็นภาพถ่ายที่ปรากฏพร้อมกับนายเบน สมิธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน SCB Asset Management (SCBAM) อีกครั้งอย่างหนักแน่น โดยยืนยันว่าการพบปะดังกล่าวเป็นเพียงการเข้าร่วมการประชุมตามปกติในฐานะที่ตนเองเป็นกรรมการในคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งเป็นวาระการประชุมที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ไม่ได้มีวาระลับหรือการพูดคุยนอกรอบใดๆ ทั้งสิ้น การยืนยันซ้ำอีกครั้งนี้มีขึ้นเพื่อคลายข้อสงสัยและข่าวลือที่อาจเกิดขึ้นจากการแพร่กระจายของภาพดังกล่าวในสังคมออนไลน์และสื่อต่างๆ ประเด็นนี้มีความสำคัญต่อความโปร่งใสในการทำงานของหน่วยงานภาครัฐและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือการเอื้อประโยชน์ให้แก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบุคคลทั้งสองเป็นผู้บริหารระดับสูงในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลและการลงทุน

ประเด็นสำคัญจาก: “เอกนิติ” ย้ำอีกรอบ ร่วมเฟรม “เบน สมิธ” ไม่มีอะไร

ประเด็นหลักที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร ย้ำคือความปกติของการพบปะกับนายเบน สมิธ ซึ่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ SCBAM การพบกันนี้เกิดขึ้นในการประชุมคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งนายเอกนิติมีสถานะเป็นกรรมการ การประชุมดังกล่าวเป็นวาระปกติที่มีการแจ้งล่วงหน้าและเปิดเผยต่อสาธารณะ ยิ่งไปกว่านั้น นายเอกนิติยังเน้นย้ำว่าการประชุมมีกรรมการเข้าร่วมหลายท่าน ไม่ได้เป็นการนัดพบส่วนตัว และไม่มีการหารือในประเด็นที่นอกเหนือจากวาระการประชุมที่กำหนดไว้แต่แรก ซึ่งเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติปกติของการประชุมคณะกรรมการภาครัฐ การที่ภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปทำให้เกิดการตีความที่คลาดเคลื่อน และอาจสร้างความกังวลใจให้กับสาธารณชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ.

การชี้แจงนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลข่าวสารสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว ภาพถ่ายเพียงใบเดียวก็สามารถนำไปสู่การตีความที่หลากหลายและอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้ง่าย การออกมาชี้แจงอย่างเปิดเผยและโปร่งใสของนายเอกนิติ จึงเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสาธารณะชนและเป็นการรักษาความน่าเชื่อถือขององค์กรที่ตนสังกัด การย้ำว่า “ไม่มีอะไร” ในที่นี้จึงหมายถึงการไม่มีความลับ ไม่อมีวาระ ซ่อนเร้น และไม่มีการกระทำใดๆ ที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ซึ่งเป็นหลักการสำคัญของการบริหารงานภาครัฐที่ดี การสื่อสารที่ชัดเจนนี้จะช่วยลดความสับสนและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าการทำงานของ ก.ล.ต. และกรมสรรพากร ดำเนินไปภายใต้หลักธรรมาภิบาล.

รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น

รายละเอียดที่สำคัญเพิ่มเติมคือบทบาทของนายเอกนิติในฐานะกรรมการของ ก.ล.ต. ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ต้องอาศัยความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสสูง ก.ล.ต. มีหน้าที่กำกับดูแลตลาดทุนของประเทศไทย เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้ลงทุนและส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุนให้มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม การประชุมคณะกรรมการ ก.ล.ต. มักจะมีการพิจารณาวาระสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและเศรษฐกิจโดยรวม ดังนั้น การเข้าร่วมประชุมของกรรมการทุกคนจึงต้องเป็นไปอย่างเปิดเผยและปราศจากอคติหรือผลประโยชน์ทับซ้อน การยืนยันของนายเอกนิติเกี่ยวกับการเป็นเพียงการเข้าร่วมประชุมตามวาระปกติ จึงเป็นเครื่องยืนยันถึงการปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดตามกรอบระเบียบ การที่นายเบน สมิธ เข้าประชุมในฐานะผู้บริหารของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนก็เป็นเรื่องปกติของการทำงานร่วมกันระหว่างภาคเอกชนและหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและหารือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาตลาดทุน.

การสื่อสารอย่างโปร่งใสเกี่ยวกับการพบปะกันระหว่างผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐและภาคเอกชนเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในปัจจุบัน เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันและผลประโยชน์ทับซ้อนเป็นประเด็นที่สาธารณชนให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด การชี้แจงของนายเอกนิติที่ระบุว่าเป็นการเข้าร่วมการประชุมตามหน้าที่ในฐานะกรรมการ ก.ล.ต. โดยไม่มีวาระนอกรอบหรือการพูดคุยลับใดๆ ถือเป็นการตอกย้ำหลักธรรมาภิบาลและการบริหารจัดการที่โปร่งใส ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่นในระบบราชการไทย การให้ข้อมูลที่ชัดเจนโดยไม่บิดเบือนหรือหลีกเลี่ยงข้อเท็จจริง ช่วยให้สาธารณชนเข้าใจบริบทของเหตุการณ์ได้ถูกต้อง และลดโอกาสในการตีความที่ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริงอันอาจจะส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของทั้งบุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้อง.

สรุปข่าวทั้งหมด

การชี้แจงของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร ที่ย้ำอีกครั้งว่าการร่วมเฟรมกับนายเบน สมิธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ SCBAM เป็นเพียงการเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการ ก.ล.ต. ตามวาระปกติและเปิดเผยต่อสาธารณะนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อคลายข้อสงสัยและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสาธารณชน การยืนยันว่าไม่มีวาระพิเศษหรือการพูดคุยนอกรอบใดๆ ชี้ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความโปร่งใสและธรรมาภิบาลในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ความชัดเจนในการสื่อสารจากผู้บริหารระดับสูงจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อหน่วยงานและบุคคลากรภาครัฐ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการสื่อสารอย่างเปิดเผยเพื่อป้องกันการตีความที่ผิดพลาดและรักษาภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรต่อไป.

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here