
ธปท. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยืนยันว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2568 มีแนวโน้มที่จะเติบโตตามคาดการณ์ที่ 2.2% โดยมีการจับตาความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทซึ่งแข็งค่าขึ้น ขณะเดียวกันยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์เศรษฐกิจการเมืองระหว่างไทยและกัมพูชา รวมถึงการปรับใช้นโยบายภาษีของสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออก ทั้งนี้ ธปท.ระบุว่าการเติบโตของ GDP จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และพยายามจัดการความท้าทายหลายด้านเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง
ประเด็นสำคัญจาก: ธปท.มั่นใจเศรษฐกิจปี 68 โต 2.2% ตามคาด จับตาบาทแข็ง สถานการณ์ไทย-กัมพูชา ภาษีสหรัฐ
การคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยโดยธปท.ในระดับ 2.2% ถือเป็นสัญญาณที่น่าสนใจสำหรับอนาคตของประเทศ เศรษฐกิจไทยยังคงต้องพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก ซึ่งการแข็งค่าของเงินบาทเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ธปท.ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวอัตราแลกเปลี่ยนที่อาจมีผลต่อความสามารถในการแข่งขันกับประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของการค้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายเศรษฐกิจภายในภูมิภาคที่อาจส่งผลต่อเสถียรภาพด้านการค้าและการลงทุน
นอกจากนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาได้ถูกกล่าวถึงว่ามีปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ ประเด็นเหล่านี้ครอบคลุมถึงการค้าชายแดน ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งรายได้สำคัญสำหรับประชาชนในภูมิภาค และการปฎิบัติโครงการลงทุนข้ามพรมแดนที่ต้องการความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง
สำหรับสหรัฐฯ การเปลี่ยนแปลงในนโยบายภาษีซึ่งอาจเปลี่ยนทิศทางการค้าระหว่างประเทศ ย่อมสร้างความท้าทายที่ต้องระวัง เนื่องจากการส่งออกของไทยที่พึ่งพาตลาดอเมริกาค่อนข้างมาก แต่ในขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้กับโอกาสใหม่ๆ ในตลาดอื่นที่อาจกำลังเติบโต
รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น
เพื่อบริหารจัดการผลกระทบ ธปท.ได้แจงมาตรการและกลยุทธ์ที่พร้อมจะเสริมสร้างเสถียรภาพให้กับค่าเงินบาท โดยจะมีการใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจหลากหลายรูปแบบเช่น การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หากจำเป็น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ และช่วยผ่อนปรนแรงกดดันจากเศรษฐกิจภายนอก อีกทั้งจะยังคงติดตามผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของตลาดเงินโลกและเตรียมการรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
ด้านการค้าขายกับกัมพูชา ทางธปท.ย้ำความสำคัญของการส่งเสริมการค้าชายแดนซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ ผ่านทางความร่วมมือและการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับการค้าระหว่างสองประเทศ พร้อมทั้งต่อรองเรื่องการพัฒนาโครงการร่วมที่ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
สรุปข่าวทั้งหมด
จากการที่ธปท.คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตที่ 2.2% ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการสร้างความมั่นใจในสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศ โดยท่ามกลางความท้าทายต่างๆ ทั้งในด้านการแข็งค่าของเงินบาท การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีของสหรัฐฯ และสถานการณ์ความสัมพันธ์กับกัมพูชา ธปท.ได้แสดงมาตรการชัดเจนในการเจรจาและรับมือ เพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต






