
BAM (บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด หรือ บสส.) ได้ทำการประเมินสถานการณ์ตลาดบ้านมือสองในประเทศไทย โดยระบุว่าตลาดยังคงมีแนวโน้มที่แข็งแกร่งและเติบโตได้ดี แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจจะเผชิญกับภาวะชะลอตัวก็ตาม การประเมินนี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่อยู่อาศัยที่ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์มือสอง ซึ่งมักเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้บริโภคที่มองหาความคุ้มค่าและราคาที่เข้าถึงได้ นอกจากนี้ รายงานยังได้เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในกลุ่มคอนโดมิเนียม ซึ่งมีการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย และอาจเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของตลาดในบางเซกเมนต์
ประเด็นสำคัญจาก: BAM ชี้ตลาดบ้านมือสองยังแรง แม้เศรษฐกิจชะลอ ต่างชาติยังโอนคอนโดพุ่ง
ประเด็นหลักที่ BAM ได้ชี้ให้เห็นคือความยืดหยุ่นของตลาดบ้านมือสองในประเทศไทย โดยตลาดนี้ยังคงสามารถรักษาแรงขับเคลื่อนไว้ได้ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ แรงขับเคลื่อนนี้มาจากหลายปัจจัย หนึ่งในนั้นคือราคาที่อยู่อาศัยมือสองที่มักจะต่ำกว่าโครงการใหม่ ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้บริโภคที่มีงบประมาณจำกัด หรือผู้ที่ต้องการซื้อเพื่อการลงทุนที่คาดหวังผลตอบแทนที่ดี ความหลากหลายของทำเลและประเภทอสังหาริมทรัพย์มือสองก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อได้หลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ หรือคอนโดมิเนียม ทำให้ตลาดมีการหมุนเวียนและเกิดการซื้อขายอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ รายงานยังระบุถึงบทบาทสำคัญของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดคอนโดมิเนียม มีการบันทึกข้อมูลการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมของชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าดึงดูดใจสำหรับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์สำหรับชาวต่างชาติ อาจเป็นผลมาจากราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงแข่งขันได้ สถานที่ตั้งที่เอื้ออำนวยต่อการอยู่อาศัยและการท่องเที่ยว รวมถึงนโยบายส่งเสริมการลงทุนบางประการ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อและการลงทุนจากต่างชาติ ส่งผลให้ตลาดคอนโดมิเนียมยังคงเติบโตต่อไปได้ แม้ในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจโดยรวมยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น
BAM ในฐานะผู้บริหารสินทรัพย์ที่มีประสบการณ์ ได้วิเคราะห์ถึงกลไกตลาดที่ทำให้บ้านมือสองยังคงได้รับความนิยม แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัว ส่วนหนึ่งมาจากการที่ธนาคารและสถาบันการเงินมีการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้กับผู้ซื้อบ้านมือสองอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีความเข้มงวดมากขึ้นในบางกรณี แต่โอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนยังคงมีอยู่ ทำให้ผู้บริโภคที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยยังคงสามารถดำเนินการได้ นอกจากนี้ ผู้ขายบ้านมือสองจำนวนมากมีความยืดหยุ่นในการตั้งราคาและเงื่อนไขการขายมากกว่าโครงการใหม่ ซึ่งช่วยเอื้อให้เกิดการเจรจาต่อรองและปิดการขายได้ง่ายขึ้น ทำให้เป็นทางเลือกที่จูงใจสำหรับผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยอย่างเร่งด่วน หรือผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากโครงการใหม่ที่อาจยังไม่แล้วเสร็จตามกำหนด
สำหรับในส่วนของตลาดคอนโดมิเนียมที่ชาวต่างชาติให้ความสนใจเป็นพิเศษนั้น มีข้อมูลเพิ่มเติมที่ชี้ว่า กลุ่มผู้ซื้อชาวต่างชาติไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เพื่อการอยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเพื่อการลงทุนปล่อยเช่าอีกด้วย ทำเลที่ตั้งของคอนโดมิเนียมที่ได้รับความนิยมคือพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เช่น กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต และเชียงใหม่ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวและศูนย์กลางธุรกิจ นอกจากนี้ นโยบายการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวและนักลงทุนหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยและลงทุนจากชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งการไหลเข้าของเงินทุนเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยตรง แต่ยังส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศในระยะยาวอีกด้วย
สรุปข่าวทั้งหมด
การวิเคราะห์ของ BAM ชี้ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นของตลาดบ้านมือสองในประเทศไทย ซึ่งยังคงเติบโตได้ดีแม้จะเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ ราคาที่เข้าถึงได้และทางเลือกที่หลากหลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันความต้องการในตลาดนี้ นอกจากนี้ การลงทุนของชาวต่างชาติในตลาดคอนโดมิเนียมยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย การเติบโตของตลาดบ้านมือสองและเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติจึงเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับเศรษฐกิจโดยรวม และตอกย้ำว่าอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจทั้งสำหรับผู้บริโภคและนักลงทุน การจับตาดูนโยบายภาครัฐและการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกจะเป็นสิ่งสำคัญในการประเมินทิศทางของตลาดนี้ต่อไปในอนาคต









