Home ข่าวการเมือง “อนุทิน” สั่งการ “กองทัพ” ปกป้องอธิปไตยไทย

“อนุทิน” สั่งการ “กองทัพ” ปกป้องอธิปไตยไทย

118
0
ภาพประกอบข่าว:
เครดิตภาพ: https://www.pptvhd36.com

อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของกองทัพในการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์ระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป และการรุกล้ำอธิปไตยของประเทศเพื่อนบ้านในพื้นที่ชายแดน รวมถึงภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ในการให้สัมภาษณ์พิเศษกับสื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาล รองนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล (ในฐานะรักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม) กล่าวว่า กองทัพไทยมีภารกิจหลักในการรักษาอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการดำรงอยู่ของรัฐชาติ นอกเหนือจากภารกิจด้านความมั่นคงแล้ว กองทัพยังคงเป็นกำลังหลักในการสนับสนุนการพัฒนาประเทศ การช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤต และการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับนานาชาติ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นส่วนสำคัญในการธำรงไว้ซึ่งเสถียรภาพและความผาสุกของคนในชาติ.

ประเด็นสำคัญจาก: “อนุทิน” สั่งการ “กองทัพ” ปกป้องอธิปไตยไทย

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่กองทัพจะต้องเตรียมพร้อมและปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์โลกที่ผันผวน เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ การสั่งการในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตระหนักของรัฐบาลต่อความสำคัญของความมั่นคงของชาติ และการให้ความเชื่อมั่นในศักยภาพของกองทัพไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันที่ภัยคุกคามไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การรุกรานทางทหารเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงภัยคุกคามทางไซเบอร์ การก่อการร้ายข้ามชาติ และอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งล้วนแล้วแต่สามารถบั่นทอนความมั่นคงและอธิปไตยของประเทศได้เช่นกัน

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ถูกเน้นย้ำคือการพัฒนาศักยภาพของกำลังพลและยุทโธปกรณ์ให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ การลงทุนในเทคโนโลยีทางการทหารที่ล้ำสมัย การฝึกฝนที่เข้มข้น และการปรับโครงสร้างองค์กรให้มีความคล่องตัว เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการรับมือกับความท้าทายที่ซับซ้อนในอนาคต ไม่เพียงเท่านั้น การเสริมสร้างความร่วมมือกับประเทศพันธมิตรทั้งในระดับภูมิภาคและระดับระหว่างประเทศ ยังเป็นกลไกสำคัญในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การฝึกซ้อมร่วม และการเสริมสร้างความเข้าใจร่วมกัน เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันในการเผชิญกับสถานการณ์ความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น การรักษาอธิปไตยจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการป้องกันมิให้ผู้ใดรุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการรักษาผลประโยชน์ของชาติในทุกมิติ เพื่อให้ประเทศชาติสามารถพัฒนาไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน.

รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น

ในการทำหน้าที่รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้มอบนโยบายที่ชัดเจนให้แก่กองทัพในการดำรงไว้ซึ่งบทบาทผู้พิทักษ์อธิปไตยของประเทศ ทั้งในมิติของน่านฟ้า น่านน้ำ และพื้นดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชายแดนที่อาจมีความเปราะบางและมีปัญหาการกระทบกระทั่งกับประเทศเพื่อนบ้าน แนวทางการทำงานที่เน้นย้ำคือการใช้หลักการทางการทูตควบคู่ไปกับการเตรียมพร้อมด้านการทหาร เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่ไม่จำเป็น แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและศักยภาพในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติอย่างถึงที่สุด การเพิ่มขีดความสามารถในการเฝ้าระวัง การป้องกันภัยพิบัติ และการช่วยเหลือประชาชน ถือเป็นภารกิจหลักที่กองทัพต้องให้ความสำคัญและปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทที่หลากหลายของกองทัพในฐานะองค์กรสำคัญที่มีหน้าที่รับผิดชอบต่อความมั่นคงและความผาสุกของประเทศชาติโดยรวม.

นอกจากนี้ รายละเอียดของคำสั่งยังครอบคลุมถึงการส่งเสริมระเบียบวินัยและความโปร่งใสภายในองค์กร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและสังคม การพัฒนากำลังพลให้มีทั้งความรู้ ความสามารถ และคุณธรรมควบคู่ไปกับการปรับปรุงสวัสดิการและคุณภาพชีวิตของกำลังพล ถือเป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้บุคลากรของกองทัพสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มศักยภาพและมีขวัญกำลังใจที่ดี อีกทั้งยังได้มีการหารือถึงแผนการจัดซื้อจัดจ้างยุทโธปกรณ์ที่โปร่งใสและคุ้มค่า เพื่อให้กองทัพมีเครื่องมือที่ทันสมัยและเพียงพอต่อการปฏิบัติภารกิจ โดยเน้นย้ำเรื่องความจำเป็นและประโยชน์สูงสุดที่ประเทศชาติจะได้รับจากการลงทุนดังกล่าว รวมถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย เพื่อพึ่งพาตนเองให้ได้มากที่สุด และลดการพึ่งพาจากภายนอก ซึ่งถือเป็นทิศทางสำคัญในการสร้างความมั่นคงในระยะยาว.

สรุปข่าวทั้งหมด

การสั่งการของรองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะรักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการธำรงรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของกองทัพในการเป็นเสาหลักด้านความมั่นคง ซึ่งต้องปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไป คำสั่งดังกล่าวครอบคลุมทั้งการเตรียมพร้อมรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ การพัฒนาศักยภาพกำลังพลและยุทโธปกรณ์ให้ทันสมัย การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ และการรักษาความโปร่งใสภายในองค์กร ซึ่งนับเป็นแนวทางสำคัญที่มุ่งเน้นให้กองทัพไทยยังคงเป็นกลไกที่เข้มแข็งในการปกป้องอธิปไตยและสร้างความมั่นคงให้กับประเทศชาติในระยะยาว อนาคตของการรักษาอธิปไตยไทยจะขึ้นอยู่กับการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ พร้อมกับการมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในการเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายที่คาดไม่ถึง และการที่กองทัพจะสามารถปรับปรุงและพัฒนาตนเองได้รวดเร็วเพียงใด เพื่อให้ทันกับพลวัตของโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา.

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here