Home ข่าวการเมือง “อนุทิน” โวไม่มีรัฐบาลไหนกล้าทำปราบสแกมเมอร์ ยึดทรัพย์หลักหมื่นล้าน

“อนุทิน” โวไม่มีรัฐบาลไหนกล้าทำปราบสแกมเมอร์ ยึดทรัพย์หลักหมื่นล้าน

126
0
ภาพประกอบข่าว: “อนุทิน” โวไม่มีรัฐบาลไหนกล้าทำปราบสแกมเมอร์ ยึดทรัพย์หลักหมื่นล้าน
เครดิตภาพ: https://www.pptvhd36.com

อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวถึงความสำเร็จในการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ “สแกมเมอร์” ว่าไม่มีรัฐบาลชุดไหนกล้าดำเนินการปราบปรามอย่างจริงจังและสามารถยึดทรัพย์ได้มากเท่ารัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยระบุว่าสามารถยึดทรัพย์สินจากกลุ่มองค์กรอาชญากรรมเหล่านี้ได้มากถึงหลักหมื่นล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความเข้มงวดของภาครัฐในการแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง คำกล่าวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลของสังคมต่อปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมออนไลน์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการปราบปรามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดเพื่อปกป้องทรัพย์สินของประชาชน ความสำเร็จนี้ถูกนำเสนอเพื่อเน้นย้ำถึงความเด็ดขาดในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในภาพรวม.

ประเด็นสำคัญจาก: “อนุทิน” โวไม่มีรัฐบาลไหนกล้าทำปราบสแกมเมอร์ ยึดทรัพย์หลักหมื่นล้าน

ประเด็นหลักที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำคือความสำเร็จที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในการปราบปรามกลุ่มอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือที่รู้จักกันในนาม “สแกมเมอร์” ซึ่งหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ การที่รัฐบาลสามารถยึดทรัพย์สินจากกลุ่มเหล่านี้ได้ในมูลค่าสูงถึงหลักหมื่นล้านบาท ถือเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงขนาดของปัญหาและความซับซ้อนของเครือข่ายอาชญากรรมดังกล่าว สิ่งที่นายอนุทินต้องการสื่อสารคือ ความมุ่งมั่นและการทำงานอย่างหนักของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ในการเข้าถึงและทำลายเครือข่ายเหล่านี้ ตั้งแต่การสืบสวนสอบสวน การติดตามเส้นทางการเงิน ไปจนถึงการยึดอายัดทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบ.

ก่อนหน้านี้ ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมออนไลน์ถือเป็นปัญหาเรื้อรังที่สร้างความเสียหายให้กับประชาชนจำนวนมาก และมักถูกมองว่ายากต่อการปราบปรามเนื่องจากเครือข่ายที่ซับซ้อนและมีฐานปฏิบัติการทั้งในและต่างประเทศ การที่รัฐบาลชุดปัจจุบันสามารถแสดงผลงานการยึดทรัพย์ได้ในระดับหมื่นล้านบาท จึงเป็นการตอกย้ำว่ามีกลไกและมาตรการที่แข็งแกร่งเพียงพอในการจัดการกับปัญหานี้ นอกจากนี้ นายอนุทินยังได้เน้นย้ำถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ปฏิบัติการปราบปรามประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้.

รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น

ความสำเร็จในการยึดทรัพย์จากกลุ่มสแกมเมอร์ในหลักหมื่นล้านบาทนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นจากมาตรการใดมาตรการหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากการบูรณาการการทำงานของหลายหน่วยงาน เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และหน่วยงานด้านความมั่นคงอื่นๆ โดยมีการนำเทคโนโลยีและข้อมูลสารสนเทศเข้ามาช่วยในการสืบสวนสอบสวน ติดตามพฤติกรรม และแกะรอยเส้นทางการเงินของกลุ่มอาชญากร สังเกตได้ว่าในช่วงที่ผ่านมา มีการจับกุมผู้กระทำผิดจำนวนมาก ทั้งที่เป็นผู้บงการ ตัวการร่วม และผู้รับจ้างเปิดบัญชีม้า ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนกลไกการหลอกลวงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์.

นอกจากนี้ การยึดทรัพย์ที่ได้มาจากอาชญากรรมยังเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน โดยต้องอาศัยหลักฐานที่ชัดเจนเพื่อแสดงให้เห็นว่าทรัพย์สินเหล่านั้นได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย การดำเนินการนี้ไม่เพียงแต่เป็นการทำลายแหล่งเงินทุนของกลุ่มอาชญากรเท่านั้น แต่ยังเป็นการคืนความเป็นธรรมให้กับผู้เสียหายบางส่วนที่อาจมีโอกาสได้รับคืนทรัพย์สินที่ถูกหลอกไป ท่าทีของนายอนุทินที่กล่าวเช่นนี้ จึงเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของคนจำนวนมาก และพร้อมที่จะใช้ทุกมาตรการที่มีอยู่เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนอย่างเต็มที่.

สรุปข่าวทั้งหมด

คำกล่าวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือกลุ่มสแกมเมอร์ ที่สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลต่อประชาชน คำว่า “ไม่มีรัฐบาลไหนกล้าทำ” เป็นการเน้นย้ำถึงความเด็ดขาดและความสำเร็จที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในการปราบปรามและยึดทรัพย์สินจากกลุ่มอาชญากรเหล่านี้ได้มากถึงหลักหมื่นล้านบาท ความสำเร็จนี้เป็นผลมาจากการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสืบสวนสอบสวน รวมถึงความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อทำลายเครือข่ายอาชญากรรมที่ซับซ้อนและข้ามชาติ การแสดงผลงานครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการปกป้องทรัพย์สินและการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์อย่างจริงจัง และจะเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดต่อไป เพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ในยุคดิจิทัล.

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here