
ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ออกมากล่าวชื่นชมการทำงานของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในระหว่างการเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ที่นครซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่นายกรัฐมนตรีได้หยิบยกเรื่องการทุจริตและการหลอกลวงผ่านแก๊งคอลเซ็นเตอร์ขึ้นมาหารือ ซึ่งถือเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมากในหลายประเทศ ศิริกัญญาได้เน้นย้ำว่าการที่ไทยแสดงท่าทีที่ชัดเจนและมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหานี้ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีและเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ พร้อมทั้งเสนอแนะเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยควรใช้โอกาสนี้ในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเฉพาะกิจเพื่อปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในระดับภูมิภาค เนื่องจากไทยกำลังเผชิญหน้ากับปัญหานี้อย่างรุนแรงและมีประสบการณ์ในการรับมือกับมิจฉาชีพเหล่านี้ในหลายรูปแบบ
ประเด็นสำคัญจาก: “ศิริกัญญา” ชมนายกฯ ประชุมเอเปคไทยน่าเสนอตัวเป็นเจ้าภาพปราบแก๊งคอลฯ
ศิริกัญญา ตันสกุล ได้แสดงความชื่นชมต่อบทบาทของนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ในการประชุม APEC ที่ซานฟรานซิสโก ซึ่งมีการหยิบยกประเด็นการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ขึ้นมาหารือ โดยเธอมองว่านี่เป็นสัญญาณที่ดีที่สะท้อนให้เห็นถึงความตระหนักและความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนและมีผลกระทบเป็นวงกว้าง ประเด็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์นั้นไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายทางการเงินให้กับประชาชนเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางสังคมและความน่าเชื่อถือของภาครัฐในการปกป้องประชาชนจากภัยคุกคามรูปแบบใหม่นี้ การที่นายกรัฐมนตรีนำเสนอเรื่องนี้สู่เวทีระดับโลก แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและเข้าใจถึงมิติของอาชญากรรมข้ามชาติที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากนานาประเทศเพื่อคลี่คลายสถานการณ์
การแสดงความเห็นของ ศิริกัญญา ตันสกุล ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเห็นพ้องต้องกันในหมู่ผู้แทนราษฎรจากหลายพรรคการเมืองถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นวาระที่ประชาชนให้ความสนใจและได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ในระดับนโยบายต่างประเทศ ยิ่งเป็นการยกระดับความสำคัญของปัญหานี้ให้มิใช่แค่เรื่องในประเทศ แต่เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาระดับภูมิภาคที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน การแสดงออกถึงความชื่นชมจาก ส.ส. พรรคฝ่ายค้านเช่นนี้ ย่อมเป็นตัวบ่งชี้ว่านี่คือประเด็นที่ได้รับการยอมรับและสนับสนุนจากทุกภาคส่วนทางการเมืองในระดับหนึ่ง และเป็นการสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงานร่วมกันเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ
รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น
นอกจากการชื่นชมแล้ว ศิริกัญญายังได้เสนอแนะแนวทางที่น่าสนใจและเป็นรูปธรรมเพิ่มเติม โดยเธอเสนอว่าประเทศไทยควรใช้โอกาสนี้ในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเฉพาะกิจเพื่อปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก การจัดประชุมดังกล่าวจะทำให้ประเทศไทยสามารถเป็นศูนย์กลางในการประสานงานและรวบรวมข้อมูลจากประเทศต่างๆ ที่ประสบปัญหาเดียวกัน เพื่อร่วมกันวางแผนและกำหนดมาตรการในการป้องกันและปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น การเป็นเจ้าภาพจะช่วยให้ไทยสามารถนำเสนอประสบการณ์และบทเรียนที่ได้รับจากการแก้ไขปัญหาภายในประเทศ ซึ่งรวมถึงความสำเร็จและความท้าทายต่างๆ ที่เผชิญ เพื่อให้ประเทศอื่น ๆ ได้เรียนรู้และนำไปปรับใช้ นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านกฎหมายและเทคโนโลยีระหว่างประเทศเพื่อรับมือกับอาชญากรรมข้ามชาติรูปแบบนี้ได้อย่างทันท่วงที
การจัดประชุมเฉพาะกิจเพื่อปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในภูมิภาคยังมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากอาชญากรรมประเภทนี้มักมีเครือข่ายที่ซับซ้อนและมีฐานปฏิบัติการอยู่ในหลากหลายประเทศ การทำงานแบบแยกส่วนของแต่ละประเทศอาจไม่เพียงพอที่จะแก้ไขปัญหาได้อย่างถอนรากถอนโคน การรวมพลังกันของประเทศสมาชิก APEC จะช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับรูปแบบการดำเนินงานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ช่องทางการหลอกลวงใหม่ๆ รวมถึงวิธีการติดตามและจับกุมผู้กระทำผิดข้ามพรมแดน นอกจากนี้ การหารือร่วมกันอาจนำไปสู่การพัฒนากฎหมายหรือข้อตกลงระหว่างประเทศที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการดำเนินคดีและส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่เกี่ยวข้องกับคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการทำให้กระบวนการยุติธรรมสามารถไล่ล่าผู้กระทำความผิดได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
สรุปข่าวทั้งหมด
การที่ ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.พรรคก้าวไกล ออกมากล่าวชื่นชมนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ในการหยิบยกประเด็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ขึ้นหารือในการประชุม APEC นั้นสะท้อนให้เห็นถึงความตระหนักร่วมกันในประเด็นสำคัญที่กระทบต่อสังคมไทยและภูมิภาค การนำเสนอแนวคิดให้ไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเฉพาะกิจเพื่อปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์เชิงรุกที่มุ่งยกระดับบทบาทของไทยในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ การเป็นเจ้าภาพดังกล่าวไม่เพียงแต่จะเป็นการแสดงออกถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการต่อสู้กับภัยคุกคามทางไซเบอร์ แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสให้ไทยได้เป็นผู้นำในการสร้างกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อรับมือกับปัญหาที่ซับซ้อนนี้ ในอนาคต ประชาชนคงต้องติดตามท่าทีของรัฐบาลว่าจะมีการผลักดันข้อเสนอแนะนี้ให้เกิดขึ้นจริงในทางปฏิบัติ และจะสามารถนำไปสู่การแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในระดับภูมิภาคได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไปหรือไม่.









