
แถลงความสำเร็จ IPU – เมื่อเร็วๆ นี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของไทยได้ร่วมกันแถลงข่าวเกี่ยวกับการประชุมสมัชชาใหญ่สมภาพรัฐสภา (Inter-Parliamentary Union – IPU Assembly) ครั้งที่ 148 ที่กรุงเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส โดยมีประเด็นสำคัญคือการที่ IPU ได้รับญัตติฉุกเฉิน (emergency item) ที่เสนอโดยประเทศไทย เพื่อแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องและส่งผลกระทบในระดับข้ามชาติ นับเป็นความสำเร็จที่สำคัญของประเทศไทยในการผลักดันประเด็นเร่งด่วนระดับโลก และแสดงให้เห็นถึงบทบาทนำของประเทศไทยในการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ซับซ้อนและไร้พรมแดน
ประเด็นสำคัญจาก: แถลงความสำเร็จ IPU รับญัตติด่วนของไทย แก้ปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติ
ญัตติฉุกเฉินที่ไทยเสนอภายใต้หัวข้อ “บทบาทของรัฐสภาในการจัดการกับอันตรายจากอาชญากรรมไซเบอร์ที่คุกคามการพัฒนามนุษย์” นั้นได้รับการสนับสนุนอย่างท่วมท้นจากการลงคะแนนเสียงของสมาชิก IPU ทั่วโลก ซึ่งการรับญัตตินี้สะท้อนให้เห็นถึงความตระหนักร่วมกันของประชาคมระหว่างประเทศถึงความเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ ข้อมูลจากคณะผู้แทนไทยระบุว่าอาชญากรรมไซเบอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภัยจากการหลอกลวงออนไลน์ เช่น Romance Scam, Hybrid Scam, Investment Scam, Gambling Scam และ Phishing ได้สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลต่อทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และสังคมในภาพรวม ซึ่งปัจจุบันรูปแบบของอาชญากรรมเหล่านี้มีความซับซ้อนและแนบเนียนมากขึ้น ทำให้ยากต่อการป้องกันและปราบปรามในระดับประเทศเพียงลำพัง
การที่ IPU ให้ความสำคัญกับญัตติของไทยเป็นการย้ำถึงความจำเป็นที่รัฐสภาทั่วโลกจะต้องร่วมกันกำหนดนโยบายและออกกฎหมายที่มีประสิทธิภาพ เพื่อปกป้องประชาชนจากภัยคุกคามเหล่านี้ นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสให้รัฐสภาจากประเทศต่างๆ ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวปฏิบัติที่ดี และสร้างกลไกความร่วมมือในการต่อสู้กับอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติ ซึ่งมักจะใช้ประโยชน์จากช่องว่างของกฎหมายและความแตกต่างทางเทคโนโลยีระหว่างประเทศ การประชุม IPU จึงเป็นเวทีสำคัญในการสร้างความเข้าใจร่วมกันและกำหนดทิศทางการทำงานของรัฐสภาทั่วโลกให้สอดคล้องกันเพื่อรับมือกับความท้าทายนี้.
รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น
ภายในญัตติฉุกเฉินของประเทศไทยได้เน้นย้ำถึงบทบาทของรัฐสภาในการพิจารณาปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปของอาชญากรรมไซเบอร์ รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและหน่วยงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกยกขึ้นมาหารือคือการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งทำให้รูปแบบการหลอกลวงมีความแนบเนียนและตรวจจับได้ยากกว่าเดิม ดังนั้น การสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณชนเกี่ยวกับภัยคุกคามเหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญลำดับต้นๆ ที่รัฐสภาแต่ละประเทศควรสนับสนุน โดยเฉพาะการให้ความรู้แก่กลุ่มเปราะบางที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีมากนัก
คณะผู้แทนไทยได้นำเสนอข้อมูลและกรณีศึกษาจากประสบการณ์ของประเทศไทยในการรับมือกับอาชญากรรมไซเบอร์ ซึ่งรวมถึงการจัดตั้งศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ และการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศ การได้รับการยอมรับญัตติครั้งนี้ยังสะท้อนถึงการทำงานเชิงรุกของคณะผู้แทนรัฐสภาไทยในการสร้างเครือข่ายและความสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐสภาประเทศต่างๆ ทำให้เกิดการสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์ในการผลักดันประเด็นสำคัญระดับโลก การบรรจุญัตติของไทยเป็นประเด็นฉุกเฉินในการพิจารณาของที่ประชุม IPU ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นผู้นำด้านนโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมไซเบอร์ในเวทีระหว่างประเทศ นอกเหนือจากการแก้ปัญหาสิบแปดมงกุฎและแก๊งคอลเซ็นเตอร์แล้ว ยังรวมถึงการรับมือกับอาชญากรรมทางออนไลน์รูปแบบใหมๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
สรุปข่าวทั้งหมด
ความสำเร็จของประเทศไทยในการผลักดันญัตติฉุกเฉินเรื่องการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติในการประชุมสมัชชาใหญ่สมภาพรัฐสภา (IPU) ครั้งที่ 148 ถือเป็นความสำเร็จเชิงนโยบายที่สำคัญในระดับโลก การได้รับการสนับสนุนอย่างท่วมท้นจากรัฐสภาประเทศต่างๆ ยืนยันถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนามนุษย์และเศรษฐกิจโดยรวม บทบาทของรัฐสภาจากทั่วโลกในการกำหนดนโยบาย กฎหมาย และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันและปกป้องสังคมจากอาชญากรรมร้ายแรงเหล่านี้ ซึ่งจะต้องมีการติดตามและประเมินผลการดำเนินการตามข้อเสนอแนะในญัตตินี้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในการต่อสู้กับอาชญากรรมไซเบอร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง.









