Home ข่าวสังคม มกอช. เปิดอบรม 3 หลักสูตรยกระดับมาตรฐาน GAP เสริมศักยภาพผู้ประกอบการ

มกอช. เปิดอบรม 3 หลักสูตรยกระดับมาตรฐาน GAP เสริมศักยภาพผู้ประกอบการ

116
0
ภาพประกอบข่าว: มกอช. เปิดอบรม 3 หลักสูตรยกระดับมาตรฐาน GAP เสริมศักยภาพผู้ประกอบการ
เครดิตภาพ: Phatteera

มกอช. หรือ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ได้ประกาศเปิดหลักสูตรอบรมพิเศษจำนวน 3 หลักสูตร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) และเสริมสร้างศักยภาพให้แก่ผู้ประกอบการในภาคเกษตรกรรมของประเทศไทย การจัดอบรมครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายหลักในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ ผ่านการพัฒนาองค์ความรู้และทักษะที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐาน GAP ให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้ที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานเกษตร ให้สามารถนำมาตรฐานไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน เพื่อให้สินค้าเกษตรไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร

ประเด็นสำคัญจาก: มกอช. เปิดอบรม 3 หลักสูตรยกระดับมาตรฐาน GAP เสริมศักยภาพผู้ประกอบการ

การเปิดอบรม 3 หลักสูตรดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์สำคัญของ มกอช. ในการผลักดันภาคเกษตรไทยให้ก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพสูงที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ในแต่ละหลักสูตรจะมุ่งเน้นไปที่การให้ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับมาตรฐาน GAP ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่ช่วยลดความเสี่ยงในการปนเปื้อนสารเคมีและเชื้อโรคในผลผลิตทางการเกษตร รวมถึงการรักษาสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมสุขอนามัยที่ดีของผู้ปฏิบัติงาน หลักสูตรเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ครอบคลุมความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย ทั้งเกษตรกรรายย่อย ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดใหญ่ ไปจนถึงบุคลากรที่เกี่ยวข้องในหน่วยงานภาครัฐและเอกชน การพัฒนาศักยภาพผ่านการอบรมนี้จะส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ลดของเสีย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค

ประเด็นหลักที่ มกอช. ต้องการเน้นย้ำคือการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและการนำมาตรฐาน GAP ไปปฏิบัติจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะการมีมาตรฐานที่ดีในกระบวนการผลิตเป็นรากฐานสำคัญของการส่งออกสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพและปลอดภัยไปยังตลาดที่เข้มงวด เช่น สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา หรือญี่ปุ่น ซึ่งกำหนดให้ผลิตภัณฑ์ต้องผ่านการรับรองมาตรฐานสากล หลักสูตรการอบรมจะเน้นที่การเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถนำความรู้ไปปรับใช้กับฟาร์มหรือสถานประกอบการของตนเองได้ทันที รวมถึงการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการดำเนินการตามมาตรฐาน GAP

รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น

สำหรับรายละเอียดของทั้ง 3 หลักสูตรที่ มกอช. เปิดอบรมนั้น ได้แก่ หลักสูตรที่เน้นการทำความเข้าใจหลักเกณฑ์และข้อกำหนดของมาตรฐาน GAP สำหรับพืชผัก ผลไม้ และพืชไร่ โดยจะครอบคลุมตั้งแต่การเตรียมดิน การเลือกใช้ปัจจัยการผลิตที่ปลอดภัย การจัดการศัตรูพืชด้วยวิธีผสมผสาน การเก็บเกี่ยวและการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจว่าผลผลิตที่ได้นั้นปราศจากสารเคมีตกค้างเกินขีดจำกัดที่กำหนด และมีความสดใหม่ เหมาะสมกับการบริโภค หลักสูตรที่สองจะมุ่งเน้นไปที่การจัดทำระบบเอกสารและการตรวจสอบย้อนกลับ (traceability) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการควบคุมคุณภาพและการสร้างความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทาน เกษตรกรและผู้ประกอบการจะได้เรียนรู้การบันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบ การเก็บรักษาเอกสาร และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการตรวจสอบย้อนกลับที่รวดเร็วและแม่นยำ

ส่วนหลักสูตรสุดท้ายจะเน้นไปที่บทบาทของ “ผู้ตรวจประเมินภายใน” (Internal Auditor) สำหรับมาตรฐาน GAP ซึ่งเป็นบุคลากรที่มีความสำคัญในการรักษาและยกระดับมาตรฐานขององค์กรอย่างต่อเนื่อง ผู้เข้าร่วมอบรมจะได้เรียนรู้เทคนิคการตรวจประเมิน การระบุจุดอ่อนและจุดแข็งของระบบ การให้คำแนะนำเพื่อการปรับปรุงแก้ไข รวมถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการตรวจประเมินจากหน่วยงานภายนอก การมีผู้ตรวจประเมินภายในที่มีความรู้ความสามารถจะช่วยให้ฟาร์มหรือสถานประกอบการสามารถรักษามาตรฐาน GAP ได้อย่างยั่งยืน และเตรียมพร้อมสำหรับโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลนี้

สรุปข่าวทั้งหมด

การจัดอบรม 3 หลักสูตรโดย มกอช. ถือเป็นภารกิจสำคัญที่ตอกย้ำความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก การลงทุนในการพัฒนาความรู้และทักษะด้านมาตรฐาน GAP จะไม่เพียงแต่สร้างประโยชน์ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการโดยตรงเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสินค้าเกษตรไทยในภาพรวม สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาภาคเกษตรกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งจะนำไปสู่โอกาสในการส่งออกที่เพิ่มขึ้นและการสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรไทยในอนาคต

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here