
โฆษกเพื่อไทย คือ นายสรวงศ์ เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้ตั้งคำถามถึง “รัฐบาล” โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีและกระทรวงการคลัง เกี่ยวกับการเจรจาต่อสัญญาการจัดการแข่งขัน MotoGP ในประเทศไทย หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567 ได้อนุมัติหลักการต่อสัญญาไปอีก 5 ปี ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณสนับสนุนตามร่างข้อตกลงและเงื่อนไขที่กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาเสนอ ทั้งนี้ นายสรวงศ์ได้แสดงความกังวลว่า การพิจารณาอนุมัติดังกล่าวอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือต่อรองในประเด็นปัญหาข้อพิพาทเรื่องที่ดินบริเวณเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสนามช้างอินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต และมีประเด็นความชอบด้วยกฎหมายเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ที่ดิน นายสรวงศ์ต้องการความชัดเจนจากรัฐบาลว่า การเจรจาต่อสัญญา MotoGP ครั้งนี้ มีเบื้องหลังที่ไม่ชอบมาพากล หรือเป็นการนำปัญหาที่ดินเขากระโดงมาใช้เป็นเงื่อนไขในการพิจารณาอนุมัติงบประมาณหรือไม่ ซึ่งอาจนำมาซึ่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นในการบริหารงานของรัฐบาลได้
ประเด็นสำคัญจาก: “โฆษกเพื่อไทย” ถาม “รัฐบาล” ปมต่อสัญญา MotoGP หวังใช้ที่ดินเขากระโดงเป็นตัวประกันหรือไม่?
นายสรวงศ์ เทียนทอง โฆษกพรรคเพื่อไทย ได้เปิดเผยถึงประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับการอนุมัติหลักการต่อสัญญาการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก (MotoGP) ของประเทศไทย โดยคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567 ซึ่งอนุมัติภายใต้วงเงินงบประมาณที่กำหนด ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอ โดยโฆษกพรรคเพื่อไทยตั้งข้อสังเกตว่า การตัดสินใจอนุมัติครั้งนี้ อาจเชื่อมโยงกับปัญหาข้อพิพาทเรื่องที่ดินของสนามช้างอินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต บริเวณเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของการแข่งขัน และได้มีการตรวจสอบพบว่าพื้นที่ดังกล่าวอาจไม่ชอบด้วยกฎหมายและทับซ้อนกับที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)
นายสรวงศ์เน้นย้ำถึงความสำคัญของความโปร่งใสในการบริหารราชการแผ่นดิน และตั้งคำถามว่า เหตุใดรัฐบาลจึงเร่งรีบอนุมัติการต่อสัญญา MotoGP โดยมิได้พิจารณาปัญหาเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินอย่างรอบด้าน หรือมีการนำปัญหาดังกล่าวมาใช้เป็นเครื่องมือต่อรองในทางการเมืองหรือไม่ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น จะส่งผลกระทบต่อธรรมาภิบาลและความน่าเชื่อถือของรัฐบาลอย่างรุนแรง เนื่องจาก MotoGP เป็นการแข่งขันระดับโลกที่ใช้เงินภาษีของประชาชนจำนวนมากในการจัดงาน ทำให้ต้องมีการบริหารจัดการอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน ประเด็นนี้เป็นที่จับตาของสาธารณชนและภาคประชาสังคม เนื่องจากเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของชาติและประเด็นทางกฎหมายที่ซับซ้อน
รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น
ประเด็นเรื่องที่ดินบริเวณเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง เนื่องจากมีการร้องเรียนและตรวจสอบพบว่า ที่ดินที่ใช้ก่อสร้างสนามแข่งรถช้างอินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต และโครงการจัดสรรอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียง อาจเป็นที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ซึ่งถูกบุกรุกและใช้ประโยชน์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลปกครองสูงสุดเคยมีคำวินิจฉัยยืนยันว่าที่ดินพิพาทเป็นของ รฟท. และคำสั่งศาลยังระบุให้ รฟท. ต้องดำเนินการเรียกคืนที่ดินในเขตทางรถไฟ ซึ่งรวมถึงที่ดินบริเวณเขากระโดงด้วย คำถามสำคัญที่นายสรวงศ์ตั้งขึ้นคือ เหตุใดรัฐบาลจึงไม่นำปัญหาข้อพิพาททางกฎหมายที่ดินนี้มาพิจารณาประกอบการตัดสินใจอนุมัติการต่อสัญญา MotoGP ซึ่งเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อความชอบธรรมในการใช้พื้นที่จัดการแข่งขันอย่างมีนัยสำคัญ
การตั้งคำถามของโฆษกพรรคเพื่อไทย สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลว่า รัฐบาลอาจกำลังละเลยความถูกต้องตามกฎหมาย และยินยอมให้มีการใช้พื้นที่สาธารณะโดยมิชอบ เพื่อแลกกับการจัดกิจกรรมระดับโลกที่สร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ให้กับประเทศ ประเด็นนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงแค่การจัดงานกีฬาเท่านั้น แต่ยังกระทบถึงการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน ความโปร่งใสในการอนุมัติโครงการใหญ่ของรัฐบาล และการแก้ไขปัญหาข้อพิพาททางที่ดินซึ่งค้างคามาเป็นเวลานาน การตรวจสอบและการตอบคำถามจากรัฐบาลเกี่ยวกับประเด็นนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อสร้างความกระจ่างและเรียกความเชื่อมั่นจากสาธารณชนกลับคืนมา
สรุปข่าวทั้งหมด
การแสดงความกังวลของนายสรวงศ์ เทียนทอง โฆษกพรรคเพื่อไทย เกี่ยวกับการอนุมัติหลักการต่อสัญญาการจัดแข่งขัน MotoGP และโยงใยกับปัญหาข้อพิพาทที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ ถือเป็นประเด็นสำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งชี้แจงและสร้างความโปร่งใส คำถามที่ว่ารัฐบาลกำลังใช้การต่อสัญญา MotoGP เป็นเครื่องมือในการเจรจาหรือต่อรองกับกลุ่มผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับที่ดินเขากระโดงหรือไม่นั้น เป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงและมีผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของรัฐบาล การบริหารงานภาครัฐในโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ควรอยู่ภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันความคลุมเครือและการเอื้อประโยชน์ให้กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง สังคมจึงเฝ้าจับตาคำชี้แจงจากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความชัดเจนในประเด็นดังกล่าว และเพื่อให้มั่นใจว่าการตัดสินใจที่สำคัญของประเทศจะอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องตามกฎหมายและเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนอย่างแท้จริง









